สิงห์เลมอนโซดาถือเป็นหมากตัวแรกที่สิงห์ใช้เป็นดาวเด่นในตลาดเพื่อการโตขึ้นไปเรื่อยๆ นั่นเองกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์จะมีรายได้ประมาณ 17,000 ล้านบาท เติบโต 2% หรือ โดยจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทำให้น้ำดื่มสิงห์โตขึ้น 2%ผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคช่วงกักตุนที่นิยมซื้อน้ำยกแพ็กมากขึ้น ส่วนน้ำแร่เพอร์ร่า เติบโต 10% ซึ่งโตน้อยกว่าปีก่อนที่โต 30% คาดว่าในอนาคตอาจจะมีการเติบโตน้อยลงเพราะตลาดน้ำดื่มวิตามินซีมีส่วนเข้ามาแย่งส่วนแบ่งในตลาดน้ำแร่ ขณะที่โซดาสิงห์ยังทรงตัว
สิงห์พร้อมบอกเป้าหมายระยะยาว 5 ปี หวังบาลานซ์Portfolio เป็นกลุ่มแอลกอฮอล์ 50% และนอนแอลกอฮอล์ 50% ปัจจุบันสิงห์มีรายได้แบ่งเป็น กลุ่มแอลกอฮอล์ 80% และนอนแอลกอฮอล์ 20%
ถ้ามองไปที่มูลค่าตลาดของเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีมูลค่ากว่า 56,000 ล้านบาท และโซดากว่า 15,000 ล้านบาท เมื่อรวม 2 ตลาดคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 70,000 ล้านบาท รวมทั้งความนิยมในเครื่องดื่มวิตามินหรือผสมวิตามินที่กำลังได้รับความนิยมและเติบโตขึ้น ทั้งหมดคงจะเป็นเหตุผลในเชิงตัวเลขที่ทำให้สิงห์เข้ามาเล่นในตลาดนี้
สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจเครื่องดื่มและอาหาร บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำในระดับโลกให้มี “คุณภาพ” ผ่านกระบวนการผลิตสินค้าด้วยความพิถีพิถัน และความ ใส่ใจ จะนำไปสู่ “คุณภาพ” ของสินค้าและความสุขของการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นหัวใจแห่งความสำเร็จขององค์กรชั้นนำของไทย โดยตลอดระยะเวลากว่า 87 ปี ได้รับความเชื่อถืออย่างกว้างขวางด้วยคุณภาพของสินค้าในระดับสากล เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและมีมาตรฐาน ตลอดจนถึงการมีส่วนในการสร้าง “คุณภาพชีวิต คุณภาพสังคมที่ดี” และความรับผิดชอบที่มีต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมหลากหลายโครงการ
โดยพบกับสินค้าคุณภาพจากเครือ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ในงานแสดงสินค้าและอาหารระดับนานาชาติ ThaifexAnuga Asia 2020 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 กันยายน 2563 ที่ ชาเลนเจอร์ฮอลล์2 (บูธAA-01) อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ส่วนมุมของแบรนด์แน่นอนว่าเป็นการเติมแบรนด์พอร์ตโฟลิโอ ในสินค้ากลุ่มนอนแอลกอฮอล์ ที่ยังคงมีช่องว่างอยู่ และที่สำคัญยังเป็นการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นๆ ของสิงห์อย่างแยบยลอีกด้วย