โมเดลแฟรนไชส์ที่ CRG นำมาใช้กับการขยายสาขาของร้านอร่อยดีนั้น จะใช้เงินลงทุน 2 ล้านบาท ใช้เวลาคืนทุน 2 ปี โดยจะมียอดขายต่อร้านโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 500,000 - 550,000 บาทต่อเดือน ซึ่งหากมองเข้ามาในรายละเอียดแล้ว จะพบว่า การทำร้านอร่อยดีนั้น จะมีต้นทุนในส่วนที่มีอาหารประมาณ 38 – 40% ที่เหลือเป็นต้นทุนในเรื่องของการบริหารจัดการ โดยจะเหลือผลกำไรประมาณ 17% โดยจะมีเมนูทั้งหมด 30 เมนู เริ่มต้นที่ 45 บาท ไปจนถึงกว่า 100 บาท
ส่วนขนาดของร้านจะมีทั้งที่เป็น 50 ตารางเมตร, 60 ตารางเมตร, 70 ตารางเมตร โดยจุดแข็งของการขายแฟรนไชส์อร่อยดี คือ 1. ประสบการณ์ในธุรกิจร้านอาหารของ CRG 2. มีทีม R&D, ทีมการตลาด และ 3. มีแบรนด์พันธมิตร เช่น เจ๊เกียง โจ๊กกองปราบ นำเมนูอาหารมาร่วมอยู่กับอร่อยดี
“อร่อยดี” จะถูกวางตำแหน่งไว้อยู่ตรงกลางของเชนร้านอาหารกับร้านอาหารสตรีทฟู้ด โดยจะเป็นร้านติดแอร์ที่เน้นจุดขายในเรื่องของความสะอาด และความอร่อย ซึ่งเป็นการเสียบเข้าไปในช่องว่างของตลาดเชนกับสตรีทฟู้ด เพื่อสร้างตลาดใหม่ที่เป็นร้านสตรีทฟู้ดที่ทันสมัย
“นอกเหนือจากเรื่องของทีมงานสนับสนุนแล้ว สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของร้านอร่อยดีก็คือ ร้านนี้จะมีช่องทางขายที่ครอบคลุมทุกความต้องการทั้งนั่งทานในร้าน เทคโฮม และดิลิเวอรี่ โดยการทำดิลิเวอรี่จะสอดรับกับแผนการลงทุนในเรื่องคลาวด์ คิทเช่น ของเรา ที่มีการลงทุนในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันน เรามีอยู่ 2 แห่ง เป็นการทำร่วมกับแกร็บ 1 แห่ง คลาวด์ คิทเช่นนี้ จะเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย รวมถึงช่วยเพิ่มความหลากหลายของเมนูที่อาจจะมีเมนูของร้านดังอื่นๆ เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรจากล่าสุดที่เรามีร้านเจ๊เกียง โจ๊กกองปราบ เข้ามาช่วยเสริมจุดแข็งในเรื่องดังกล่าวนี้”