ด้วยความเป็น “วู้ดดี้” ที่มีภาพลักษณ์ในเรื่องของการเป็นคนแอ็กทีฟ และใส่ใจสุขภาพ ทำให้ Woody C+ Lock เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ “แบรนด์” เกิดก่อน “โปรดักต์” เพราะอย่างที่รู้ๆ อยู่ว่า คุณวู้ดดี้ ได้กล่าวข้ามจากแค่การเป็นพิธีกรหรือเจ้าของรายการไปสู่การเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก โดยอาศัย Ecosystem ที่สร้างขึ้นมาจากการผลิตคอนเทนต์ และการต่อยอดไปสู่ธุรกิจอีเวนท์ และ Music Festival เข้ามาเป็นตัวช่วยสร้างแรงส่งให้กับแบรนด์ โมเดลการร่วมทุนเพื่อเข้าสู่ธุรกิจที่เป็นเจ้าของสินค้าของวู้ดดี้ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกการต่อยอดมาจากการทำธุรกิจเดิมที่เป็น Content Creator นั่นเอง
การก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจเครื่องดื่มวิตามินซีในครั้งนี้ เป็นรูปแบบของการใช้คนดังที่เราคุ้นเคย แต่จะแตกต่างจากบางเคสที่คนดังเพียงแค่ให้ไลเซ่นที่เป็นชื่อเสียงของตัวเองมาทำแบรนด์สินค้า แต่ในกรณีของ Woody C+ Lock จะแตก ต่างออกไปตรงที่คนดังอย่างวู้ดดี้เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของในฐานะผู้ถือหุ้น 15%
อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นเข้าสู่การเป็นเจ้าของสินค้าของคุณวู้ดดี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะเพียงแค่ 5 – 6 ที่เข้าสู่ตลาด Woody C+ Lock ก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วด้วยการทำส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 10%
แน่นอนว่า การใช้ภาพลักษณ์ของความเป็นวู้ดดี้เข้ามา Endorse แบรนด์ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้เกิดความสำเร็จ สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ การผลักดันให้แบรนด์ Woody C+ Lock ขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านของเรา อย่าง CLMV โดยนำร่องไปแล้วที่ สปป.ลาว, เมียนมา และกัมพูชา
รวมถึงการขยายโปรดักต์ไลน์ใหม่ๆ ในกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนัล ที่มีภาพของความเป็นคนแอ็กทีฟและใส่ใจสุขภาพของ “วู้ดดี้” เข้ามาเป็นตัวสนับสนุน ถือเป็นอีกก้าวที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว......