BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
36,373
VIEWS

ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน ตำนานบิดเหนือกาลเวลา

ต.ค. 30, 2560 R.Somboon

ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์อเมริกันกว่า 300 ราย ที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงยุค 1900s - 1930s ต่างทยอยล้มหายตายจากเป็นใบไม้ร่วงเพราะพิษเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในสหรัฐ (The Great Depression) ไม่ว่าจะเป็น Cleveland ที่ต้องปิดกิจการไปในปี 1929, Excelsior ปี 1931, Crocker ปี 1941, Indian ปี 1953 และเพิ่งถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ในปี 1999 แต่มีเพียง Brand ขวัญใจสิงห์นักบิดตัวจริงอย่าง Harley-Davidson เท่านั้นที่สามารถประคองตัวเองให้รอดพ้นจากวิกฤตต่างๆ มาได้จนกระทั่งมีอายุเกินศตวรรษมาแล้ว

ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะสร้างแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ให้เป็นแบรนด์ที่คนทั่วโลกใฝ่ฝัน และอยากจะเป็นเจ้าของให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตของพวกเขา

ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน ไม่ได้ขายแค่ความเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่เป็นยานพาหนะ แต่ขายประสบการณ์ที่โลดแล่นออกไปในโลกกว้าง เหมือนกับการผจญภัยของเหล่าคาวบอยที่ขี่ม้าออกไปผจญภัยในโลกกว้าง ประสบการณ์จาการขับขี่ที่มอบให้นั้น

หลายครั้งที่เราได้เห็นคนมีชื่อเสียงของบ้านเรา รวมกลุ่มกันขับขี่ ฮาร์เล่ย์ เดวิดสันออกไปท่องเที่ยวยังที่ต่างๆ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้แบรนด์นี้ เป็นที่สนใจของสิงห์นักบิดมากขึ้น

การสร้างฮาร์เล่ย์ เดวิดสันให้เป็นแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ และเป็นที่ใฝ่ฝันของนักบิดทั่วโลกนั้น ผ่านกาลเวลา และเพาะบ่มมาเป็นอย่างดี โดยหัวใจสำคัญของความสำเร็จที่เกิดขึ้น มาจากการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งโลกในฐานะของตัวแทนแห่งอิสรภาพ ความเป็นตัวตนที่ชัดเจน และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของพี่น้องพ้องเพื่อน การได้ครอบครองและขับขี่ฮาร์เล่ย์ เดวิดสันจะมอบอิสรภาพให้ในแบบที่ไม่อาจมีรถจักรยานยนต์แบรนด์ใดมอบให้ได้

บุกตลาดไทย

นักบิดของบ้านเราคุ้นเคยกับมอเตอร์ไซค์แบรนด์นี้เป็นอย่างดี ย้อนหลังไปเมื่อคราวเศรษฐกิจเฟื่องฟูราวปี 1997 – 1998 ในช่วงนั้น ถือเป็นยุคทองของ ฮาร์เล่ย์ เดวิดสันในเมืองไทย ลูกค้าชาวไทย ต่างกำเงินสดมาเข้าคิวซื้อทั้งๆที่บริษัท จี – ฟอร์ช เองมีการให้บริษัทไฟแนนซ์เข้ามาช่วยจัดไฟแนนซ์ให้ก็ตาม แต่บรรดาแฟนๆ ฮาเล่ย์เกือบทั้งหมดก็พอใจที่จะซื้อรถแบบเงินสด  ทั้งๆ ที่ราคารถตกคันละกว่าล้านบาทก็ตาม อาจจะเป็นเพราะว่า ในช่วงนั้นเศรษฐกิจบูมเอามากๆ  โดยในช่วงนั้น  ฮาร์เล่ย์จะมียอดขายเฉลี่ยปีละ 80 – 100 คัน

ในยุคนั้น กิจกรรมของฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน มีออกมาค่อนข้างถี่ แฟนพันธุ์แท้ของ ฮาร์เล่ย์ที่มีอายุเฉลี่ย 40 ปี มีการรวมตัวกันจัดทัวร์ออกตามต่างจังหวัดแทบทุกเดือน

แต่เมื่อถึงคราวฟองสบู่แตกลง หลังปี 1999 เป็นต้นมา  ฮาร์เล่ย์เริ่มทำตลาดยากขึ้น ประกอบกับทางภาครัฐมีการตั้งกำแพงภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยซึ่ง ฮาร์เล่ย์ก็ถูกจัดอยู่ในสินค้าประเภทนั้นด้วย ทำให้ต้องเสียภาษีนำเข้าถึง 80% เมื่อรวมค่าขนส่งแล้ว ตกถึงคันละกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งแพงกว่ารถเก๋งบางรุ่นเสียอีก ทำให้ ฮาร์เล่ย์ต้องยุติการทำตลาดในเมืองไทยลง จะมีก็เพียงผู้นำเข้าอิสระที่นำเข้ารถมือสองเข้ามาขายตามออร์เดอร์อยู่ประมาณ 6 – 7 ราย เท่านั้น  แต่ละรายต่างก็มีลูกค้าประจำของตัวเองที่มักนิยมแวะเวียนมาให้แต่งรถฮาร์เล่ย์

หลังจากมองเห็นโอกาสการเติบโตในตลาดเอเชียที่รวมถึงเมืองไทย ฮาร์เล่ย์ เดวิดสันก็มีการเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการด้วยการแต่งตั้งบริษัท พาวเวอร์สเตชั่น มอเตอร์สปอร์ต จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮาร์เล่ย์เดวิดสันในประเทศไทย เนื่องจากบริษัทแม่มีนโยบายที่จะผลักดันยอดขายในเอเชียให้เติบโตยิ่งขึ้น ทำให้มีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายและเปิดโชว์รูมใหม่ในหลายประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวในระยะเวลา 5 ปี จึงได้สนใจลงทุนตั้งโรงงานขึ้นในภูมิภาคนี้ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่บริษัทแม่ให้ความสนใจในการตั้งโรงงานผลิต เพราะหากสามารถทำการผลิตในประเทศไทยได้นั้น จะทำให้ราคาจำหน่ายในประเทศต่ำลง โดยราคาเริ่มต้นน่าจะอยู่ที่ราว 2.5 - 3 แสนบาท จากปัจจุบันราคาอยู่ที่ 6.3 แสน - 3 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันต้องเสียภาษีนำเข้าเฉลี่ยราว 90 - 100%

นอกจากแนวโน้มด้านการเพิ่มฐานผลิตในเอเชียแล้ว บริษัทแม่ยังมีนโยบายขยายตลาด ด้วยการจับกลุ่มลูกค้าที่อายุน้อยลง ซึ่งกลุ่มยังอะดัลท์นี้ ในปีที่ผ่านมามีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 50% ด้วยการแนะนำรถดีไซน์ใหม่ มีความทันสมัยยิ่งขึ้น และในเร็ว ๆ นี้น่าจะมีการเปิดตัวรุ่น "สตรีท 750" ซึ่งจะเป็นรถเอ็นทรี่เลเวลรุ่นใหม่ ราคาจำหน่ายจะต่ำลง จากปัจจุบันที่ฮาร์เล่ย์เริ่มจำหน่ายรถในขนาด 883 ซีซีขึ้นไป

สอดคล้องกับเทรนด์ของตลาดที่คนขับขี่ฮาร์เล่ย์จะมีอายุเฉลี่ยลดลงจากเดิมที่อายุเฉลี่ยจะอยู่ที่ 40 ปี แต่ปัจจุบันอายุเฉลี่ยเริ่มลดลงมาที่ 25 ปี อาจจะเป็นเพราะว่า ราคาขายของ Harley ที่ลดลง ทำให้คนรุ่นใหม่ที่มีรายได้ดีสามารถเอื้อมถึงและเป็นเจ้าของได้

ไทม์ไลน์ข้างล่างนี้ คือบางเสี้ยวบางตอนที่น่าสนใจของอเมริกันแบรนด์ขวัญใจนักบิดทั่วโลก

กว่า 100 ปี

ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน 

1903  William Harley และสามพี่น้องตระกูล Davidson ได้แก่ Arthur, Walter และ William ลงมือประกอบรถมอเตอร์ไซค์ 3 คันแรกด้วยมือในโรงเก็บของแห่งหนึ่งที่เมือง Milwaukee

1909  กำเนิดมอเตอร์ไซค์ V-Twin 7 แรงม้ารุ่นแรก

1910  ริ่มใช้โลโก้ “Bar & Shield” ที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันเป็นครั้งแรก และได้จดสิทธิบัตรอย่างเป็นทางการในปี 1911

1917-1918 ผลิตมอเตอร์ไซค์ 17,000 คัน ป้อนให้กองทัพสหรัฐและฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

1930 ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน และ Indian คือผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์สายพันธุ์อเมริกันเพียง 2 ราย ที่เอาตัวรอดจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในสหรัฐมาได้อย่างทุลักทุเล

1936 เปิดตัว ฮาร์เล่ย์ EL หรือที่คุ้นกันดีในชื่อ  “Knucklehead” พร้อมด้วยเครื่องยนต์ Overhead-valve V-Twin ที่ยังคงใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

1941-1945  ผลิตมอเตอร์ไซค์ 90,000 คัน (เกือบจะทั้งหมดที่ฮาร์เล่ย์ผลิตได้) ป้อนให้กองทัพสหรัฐและฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

1947 เปิดโรงงานผลิตแห่งที่ 2 ใน Wauwatosa มลรัฐวิสคอนซิน

1957 ส่งมอเตอร์ไซค์รุ่น XL Sportster ลงตลาดครั้งแรก

1969 หลังจากควบรวมกิจการกับบริษัท American Machine and Foundry (AMF) ฮาร์เล่ย์สามารถรักษาปริมาณการผลิตได้ 14,000 คันต่อปี

1970 เปิดตัว FX Super Glide มอเตอร์ไซค์พันธุ์ผสมระหว่าง Electra-Glide และ Sportster

1973  ย้ายการผลิตในขั้นตอนสุดท้ายมาไว้ที่โรงงาน York มลรัฐเพนซิลวาเนีย

1981 คณะผู้บริหารระดับสูง 13 คน ของ ฮาร์เล่ย์ร่วมกันซื้อหุ้นบริษัททั้งหมดคืนจาก AMF

1982 ฮาร์เล่ย์ประสบความสำเร็จในการเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐตั้งกำแพงภาษีสกัดกั้นรถมอเตอร์ไซค์นำเข้าจากญี่ปุ่นที่กำลังทะลักเข้าสู่ตลาดอเมริกาอย่างหนัก

1983  ก่อตั้ง Harley Owners Group (H.O.G.)

1984 เปิดตัวรุ่น Softail พร้อมเครื่องยนต์ Overhead-valve V-Twin Evolution ครั้งแรก

1986 ฮาร์เล่ย์กลายเป็นบริษัทมหาชน โดยเปิดมูลค่าการซื้อขายที่ 11 ดอลลาร์ต่อหุ้น และใช้เวลาไม่นานในการกอบกู้ความเป็นผู้นำในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ไซส์ซูเปอร์-เฮฟวี่เวทของสหรัฐคืนมาได้สำเร็จ โดยมี XLH Sportster เป็นหัวหอกในการบุกตลาด ด้วยประสิทธิภาพของ Evolution Engine แบบอะลูมิเนียมทำให้มีสมรรถนะเหนือกว่า Sportster รุ่นเก่าแบบ Iron-head อย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ดี Sportster ยังคงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมจากแฟน ฮาร์เล่ย์อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน (คิดเป็น 20% จากยอดขาย ฮาร์เล่ย์ทั้งหมด)

ส่วนอีกรุ่นที่ต้องพูดถึงก็คือ FLST Heritage Softail ที่ถอดแบบมาจาก Hydra-Glide รุ่นปี 1949 โดยเฉพาะในส่วนของตะเกียบคู่หน้าและฝาครอบดุมล้อ ซึ่งบ่งบอกถึงความคลาสสิกในแบบฉบับของฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน โดยตรง นอกจากนี้ยังมีล้อหน้า-หลังขนาดใหญ่กว่า Softail รุ่นก่อน รวมทั้งบังโคลนขนาดใหญ่ในสไตล์ Touring เรียกได้ว่าครองใจสิงห์นักบิดมาตั้งแต่ยุค 50s จนถึงปัจจุบันทีเดียว

1990 เผยโฉม FLSTF Fat Boy ที่มีโครงสร้างแตกต่างจาก Softail หลายอย่าง ตั้งแต่ตะเกียบคู่หน้า บังโคลน ไปจนถึงวงล้อที่โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระทะล้อแบบ Solid-cast Disc แต่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Fat Boy จริงๆ ก็คือ รูสำหรับร้อยเชือกหนัง 6 รู ด้านข้างเบาะนั่ง คล้ายกับดีไซน์ของแจ๊คเก็ตหนังและเสื้อกั๊กหนัง แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ โลโก้ข้างถังน้ำมัน ที่สื่อถึงความเป็นชาตินิยมตามฉบับอเมริกันชน ไม่ว่าจะเป็นรูปดาวพร้อมอักษรย่อ USA หรือแนวเส้นคล้ายรูปนกอินทรีสยายปีก ซึ่งพบได้ข้างถังน้ำมัน Fat Boy ทุกคันตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน สำหรับเมืองไทย เรียกได้ว่า Fat Boy เป็นรุ่นพิมพ์นิยมสำหรับแฟนๆ ฮาร์เล่ย์เลยก็ว่าได้

1998 ฮาร์เล่ย์ควบรวมกิจการกับ Buell Motorcycle และเปิดโรงงาน 2 แห่งใหม่ที่ Menomonee Falls มลรัฐวิสคอนซิน และ Kansas City มลรัฐมิสซูรี่

1999 เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ Dyna และ Touring รุ่นต่างๆ พร้อมเทคโนโลยี Twin Cam 88 Engine มูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น 5 เท่าจากปี 1986

2001 ฮาร์เล่ย์ส่ง VRSCA V-Rod ขนาด 115 แรงม้าลงตลาด นวัตกรรมใหม่ในระบบ Liquid-cooled Engine

2002 VRSCA V-Rod คือความท้าทายที่ Harley ได้สร้างสรรค์ขึ้นบนความแตกต่างจากมอเตอร์ไซค์รุ่นก่อนๆ แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ Harley ไว้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

รถแข่ง คือ แรงบันดาลใจในการสร้าง V-Rod ด้วยรูปทรงเพรียวลมเช่นเดียวกับรถแต่ง (Dragster) พร้อมเครื่องยนต์ขนาดใหญ่แบบ 60 degree, dual overhead cam, liquid-cooled V-Twin Revolution คือความลงตัวที่ผสานกันระหว่างความงามและความแรง แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ก็คือ โทนสีแบบ Metallic Silver โดยเฉพาะที่ตัวถังซึ่งใช้เทคนิคการพ่นสีแบบ Anodized Aluminum ถือเป็นความแรงเร้าใจที่ยังคงกลิ่นอายของ ฮาร์เล่ย์ไว้ได้ดีทีเดียว

2003 ฮาร์เล่ย์ เดวิสสัน ฉลองครบรอบ 100 ปี 

เซ็นทรัล รีเทล ติดเทอร์โบ! ให้ Auto 1 ปั้นเป็น New Growth Engine ลุยตลาด Fast Fit 3 หมื่นล้าน

กรุงศรี ออโต้ สร้างความไว้วางใจในทุกเส้นทางเรื่องรถ ด้วยการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ

Manao Software วางกลยุทธ์สร้าง AI ที่เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง ชูพลัง RAG และ Workflow Automation ช่วยองค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Smarter Operations

กรุงศรี ออโต้ ขับเคลื่อนกลยุทธ์เข้าใจลูกค้าแบบรอบด้าน คว้าอันดับ 1 จาก 2025 Thailand’s Social Power Brand ในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

FIT Auto สนับสนุนยางรถยนต์ใหม่แก่เกษตรกร ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เสริมความปลอดภัยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางและขนส่งผลผลิต

กรุงศรี ออโต้ เผยเส้นทาง 12 ปี โครงการ LET’sponsible จากแบรนด์ที่เป็น ”ผู้พูด” สู่ “ผู้ลงมือทำ” เพื่อเปลี่ยนถนนไทยให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact