BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
26,335
VIEWS

“ไมเคิล ถัง” “สยามพรีเมี่ยมเอ้าท์เล็ต ประสบความสำเร็จได้เพราะปรับเกมได้เร็ว”

ต.ค. 27, 2563 R.Somboon

“ใน 4 เดือนแรกที่สยามพรีเมี่ยมเอ้าเล็ตเปิดให้บริการมา เราประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทั้งในแง่รายได้ และจำนวนทราฟฟิกหรือคนที่มาเดินในศูนย์ โดยในเดือนแรกที่เปิดให้บริการคือมิถุนายน เรามีทราฟฟิกเฉลี่ย 16,000 คนต่อวัน ลดลงมาเหลือ 8,000 คนต่อวันในเดือนกรกฎาคม ส่วนในเดือนสิงหา และกันยายน ตัวเลขคนที่เข้ามาเดินเหลือ 5,000 คนต่อวัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เกินจากเป้าที่วางไว้ ขณะที่ยอดใช้จ่ายต่อบิลจะมีตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 4,000 – 5,000 บาทต่อบิล มากกว่าที่เราตั้งไว้ที่ 1,000 บาท ส่งผลให้เรามีรายได้เกินจากเป้าถึง 50% โดยเราใช้โมเดลในการสร้างรายได้จากการแบ่งเปอร์เซ็นต์จากยอดขายกับร้านที่เข้ามาเปิดในมอลล์ ทำให้เมื่อร้านค้าขายดี ยอดรายได้เราก็ดีตามไปด้วย”

นั่นคือคำกล่าวของ ไมเคิล ถัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด ผู้ดูแลโครงกาสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต กรุงเทพฯ ที่พูดถึงความสำเร็จในการทำตลาดในสเต็ปแรกที่สยามพรีเมียมเอ้าท์เล็ตเปิดให้บริการยังไม่เต็มเฟสคือมีจำนวนร้านค้าประมาณ 65% ของร้านค้าทั้งหมด

ไมเคิล ถัง บอกกับเราอีกว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการปรับกลยุทธ์ที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สยามพรีเมียมเอ้าท์เล็ต มีทีมบริหารที่ไม่ใหญ่นัก ทำให้สามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเขามองว่า เรื่องของสปีด เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดค้าปลีกไม่ว่าเซ็กเม้นต์ไหนก็ตาม เพราะการมีสปีดในการปรับตัวที่เร็วจะทำให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาได้เป็นอย่างดี

“ในช่วงแรกเราวางกลุ่มเป้าหมายเป็นนักช้อปชาวไทย 60% อีก 40% จะเป็นต่างชาติที่มีทั้งนักท่องเที่ยวและต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย แต่เมื่อเกิดการระบาดของโควิด – 19 ทำให้เราต้องมีการปรับสัดส่วนของกลุ่มลูกค้าใหม่เป็นการเน้นลูกค้าในประเทศถึง 90% เราเรียนรู้ว่า การสื่อสารกับพวกเขาแบบหว่านแหกับคนทั่วประเทศมันไม่เวิร์ค จึงมีการปรับหันมาเน้นโฟกัสที่ลูกค้าในกรุงเทพฯ 90% และคนในภาคตะวันออกอีก 10% โดยเลือกใช้สื่อที่เข้าตรงถึงตัวพวกเขาอย่างสื่อออนไลน์เป็นหลัก ทำให้เราสามารถดึงลูกค้าเข้ามาเดินในศูนย์ได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีกรุ๊ปทัวร์ในประเทศบางส่วนที่วางเราไว้เป็นตัวปิดท้ายรูททัวร์ของพวกเขา”

 

อย่างไรก็ตาม ในแง่อะแวร์เนส หรือการรับรู้ถึงตัวพรีเมียมเอ้าท์เล็ตมอลล์ของคนในกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกยังมีออกมาแค่ 40 – 45% แต่คนที่รับรู้นี้มีเข้ามาเดินในมอลล์ถึง 25% และมีตัวเลขการใช้จ่ายถึง 25% ของการใช้จ่ายทั้งหมด โดยไมเคิล ถัง บอกว่า สิ่งที่มีการปรับกลยุทธ์อีกอย่าง นอกเหนือจากเรื่องของการสื่อสารการตลาดก็คือ การทำโปรโมชั่นที่สยามพรีเมี่ยมเอ้าท์เล็ตมองว่า การทำโปรโมชั่นนั้น ต้องมาจากแบรนด์หรือร้านค้าเอง เพราะจะสามารถดึงคนให้ใช้เวลาอยู่ในร้านได้นานมากขึ้น ซึ่งนั่นจะหมายถึงการใช้จ่ายก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย โดยเขาบอกว่า เจ้าของศูนย์จะทำในเรื่องของการโปรโมชั่นแบบออนท็อปเข้าไปให้เพื่อให้เกิดการซื้อต่อไปยังสินค้าตัวอื่นๆ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลดีกว่าการขับเคลื่อนโปรโมชั่นในภาพรวมโดยเจ้าของศูนย์

“สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้ก็คือ พยายามสร้างความเข้าใจว่าพรีเมี่ยมเอ้าท์เล็ตมอลล์ ขายสินค้าที่มีทั้งลักชัวรี่แบรนด์ แฟชั่นแบรนด์ที่เป็นอินเตอร์ และของโลคัล โดยขายในราคาถูกลด 30 - 70% ซึ่งลูกค้าที่มีประสบการณ์จากการช้อปในต่างประเทศมาแล้วจะเข้าใจ แต่ก็ยังมีลูกค้าส่วนหนึ่งที่ยังไม่เข้าใจคอนเซ็ปต์ของมัน โดยค้าปลีกในรูปแบบพรีเมียมเอ้าท์เล็ตมอลล์นั้น ถือเป็นเดสติเนชั่นที่คนสนใจในการช้อปปิ้งจริงๆ จะมุ่งมา เพราะด้วยเหตุที่ว่ามอลล์ในรูปแบบนี้ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ไกลออกไปจากย่านใจกลางเมือง ซึ่งคนที่มาช้อปจะให้ความสนใจกับเรื่องของ Price Value ที่แบรนด์ดังๆ นำมาใช้เป็นแนวทางในการทำตลาด”

ไมเคิล ถัง เปรียบเทียบให้เห็นถึงการทำพรีเมียมเอ้าท์เล็ตมอลล์ในประเทศไทยและมาเลเซีย ซึ่งกลุ่มไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ เข้ามาร่วมทุนกับผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีกของท้องถิ่นเหมือนกันว่า ในประเทศมาเลเซียที่มีอยู่ 2 สาขา และเปิดแบบเต็มเฟสก่อนบ้านเรามานานแล้วมีคนหมุนเวียนใกล้เคียงกับไทยคือ 8,000 – 10,000 คนต่อวันในช่วงวันหยุด แต่ของบ้านเราจะมีรีเทิร์นของยอดขายกลับมาดีกว่า ซึ่งส่วนหนึ่งจะมาจากการที่แต่ละแบรนด์มีแฟนคลับของตัวเอง และเมื่อรู้ว่าเข้ามาเปิดจะเข้ามาช้อปเป็นประจำ โดยมิกซ์ของร้านค้าในศูนย์ที่ลงตัวนั้น จะต้องมีแบรนด์ที่เป็นลักชัวรี่ประมาณ 5 – 8% ของร้านค้าทั้งหมด ส่วนที่เหลือจะประกอบไปด้วยแฟชั่นที่เป็นอินเตอร์แบรนด์ 50% แฟชั่นโลคัลแบรนด์ 32 – 35% และอีก 10% จะเป็นร้านอาหาร ซึ่งเป็นมิกซ์ของร้านที่พรีเมียมเอ้าท์เล็ตมอลล์ทั่วโลกนิยมทำกัน

ในเฟสแรกที่เปิด สยามพรีเมียมเอ้าท์เล็ต จะมีจำนวนร้านค้าประมาณ 137 ร้าน คิดเป็น 65% ภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มร้านค้าอีก 32 ร้านค้า  ไม่ว่าจะเป็น ลักชัวรี่แบรนด์อย่าง Salvatore Ferragamo และ Breitling อินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์ ได้แก่ Marc Jacobs, Karl Lagerfeld, Fred Perry, Jubilee Diamond, Mango, Cotton On, Converse, Teva, New Era,  The Clozet, Grand Motorsport, Body Glove, WRKROOM:, Siam Takashimaya, Santa Barbara, Sabina, Morgan, Daks และ BE Me by Wacoal ไลฟ์สไตล์แบรนด์ ได้แก่ Miniso, Lamy, Grand Massage & Spa, Mr.Big, Camera Baby, Santas Home รวมถึงกลุ่มร้านอาหาร ได้แก่ Bonchon, SUSHiPLUS, KFC, 7-Eleven และ Breadtalk ทำให้มีจำนวนร้านค้าเพิ่มเป็น 86% ของทั้งหมด และภายในปีนี้จะเปิดแบบเต็มเฟส 100%

 

ในเดือนพฤศจิกายน 2563 จะมีอินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์ที่น่าสนใจ คือ Karl Lagerfeld และ Fred Perry ซึ่งเข้ามาเปิดในรูปแบบเอาท์เล็ตแห่งแรกของประเทศไทย โดยสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต มีลักชัวรี่แบรนด์หลายแบรนด์ที่เปิดในรูปแบบเอาท์เล็ตแห่งแรก ไม่ว่าจะเป็น Balenciaga, Burberry, Salvatore Ferragamo หรือ Breitling

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ปัจจุบันมีลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าเพื่อนำไปขายต่อในช่องทางออนไลน์ประมาณ 10% ของลูกค้าทั้งหมด แต่ลูกค้ากลุ่มนี้สามารถสร้างยอดขายได้ในสัดส่วนถึง 60% ของยอดขายโดยรวมในมอลล์ โดยสินค้าที่ขายดีในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นรองเท้า ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าที่ซื้อไปขายต่อ จะเข้ามาซื้อเมื่อมีรุ่นใหม่ๆ เข้ามาวางขาย ถือเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพค่อนข้างสูง

“ในประเทศญี่ปุ่นเขามีพรีเมียมเอ้าท์เล็ตมอลล์หลายแห่ง นั่นเพราะไลฟ์สไตล์การช้อปของคนญี่ปุ่นเขามองว่า การช้อปปิ้งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของพวกเขาไปแล้ว ส่วนในบ้านเรายังคงน่าจะมองพรีเมียมเอ้าท์เล็ตมอลล์ในเรื่องของ Price Value ทำให้แบรนด์และราคาที่คุ้มค่ายังคงเป็นจุดขายสำคัญในการทำตลาด” 

ถอดบทเรียน "UD Town” กับกลยุทธ์ “ปลาเล็กกินร่องน้ำลึก” สู้ด้วย Lifestyle ที่ยักษ์ใหญ่ทิ้งช่องว่างให้

เกษรวิลเลจจัดโชว์เคสกลางราชประสงค์ กระตุ้นการท่องเที่ยวระดับลักชัวรีรับซัมเมอร์

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เร่งเครื่อง Retailtainment เต็มรูปแบบ ผสาน Entertainment Marketing กับ Fandom Economy พลิกโฉมศูนย์การค้าสู่พื้นที่สร้างประสบการณ์

ไอคอนสยาม คว้าแชมป์ Best Brand Performance on Social Media ครองอันดับ 1 กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14

ทำไม THANN เลือก “ทรงวาด” เป็น Flagship Store แห่งแรกนอกศูนย์การค้า

ย้อนรอย 42 ปี เซ็นทรัลลาดพร้าว ศูนย์การค้าที่เกิดขึ้นบนจุดสิ้นสุดของถนน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของหลายแบรนด์

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact