ในด้านการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าซึ่งหลายคนคิดว่าน่าจะเป็นจุดอ่อนของเป๊ปซี่โค แต่ด้วยความที่เป็นบริษัทระดับโกลบอลซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก จึงไม่ได้ถือเป็นเรื่องที่น่าท้าทายแต่อย่างใด เพราะมีทีมงานมืออาชีพและมีประสบการณ์จากหลายประเทศมาร่วมวางแผนและกำหนดโครงสร้างการขายและกระจายสินค้า มีการผนึกพันธมิตรกับ “ดีเอชแอล” ผู้นำในด้านลอจิสติกส์และการบริหารคลังสินค้าระดับโลก ควบคู่ไปกับการใช้โมเดลธุรกิจแบบดิสทริบิวเตอร์เพื่อกระจายสินค้าไปยังท้องถิ่นผ่านตัวแทน 24 แห่ง จนทำให้วันนี้เป๊ปซี่สามารถเข้าถึงร้านค้าปลีก-ส่งและร้านโชว์ห่วยกว่า 470,000 แห่งทั่วประเทศ
รวมถึงช่องทางโมเดิร์นเทรดที่เป๊ปซี่สามารถครอบคลุมได้ทุกช่องทางทั้งเทสโก้ บิ๊กซี แมคโคร 7-Eleven แฟมมิลี่มาร์ท ตลอดจนช่องทางขายประเภท On-premise หรือให้บริการเครื่องดื่มผ่านตู้กด (Post-mix machine) เป๊ปซี่ก็สามารถจับจองพื้นที่ขายในร้านอาหารจานด่วนแถวหน้าเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เคเอฟซี พิซซ่าฮัท พิซซ่าคอมปะนี ร้านอาหารในเครือ CRG ซับเวย์ เชสเตอร์กริลล์
มาในกลุ่มเอนเตอร์เทนเมนต์อย่าง เครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์คอเมโซน ซานโตรินี ซีไลฟ์โอเชี่ยนเวิลด์ มาดามทุสโซ รวมไปถึงกลุ่มฟู้ดคอร์ทในห้างสรรพสินค้าทั้งท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ต เทสโก้โลตัส ซีคอนสแควร์ โรบินสันและฟู้ดรีพับบลิค เชนดังจากสิงคโปร์
ไม่เฉพาะแต่ในตลาด “น้ำดำ” เท่านั้น ในช่วง 1 – 2 ปีมานี้หลังเป๊ปซี่กลับมาเป็นแชมป์ในบรรจุภัณฑ์แบบไม่ต้องคืนขวดได้แล้ว เรายังได้เห็นการรุกขยายพอร์ตเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ชาพร้อมดื่ม “ลิปตัน” ที่เป๊ปซี่โคนำกลับมาผลิตเองทั้งในรูปแบบขวดพีอีทีและกระป๋อง พร้อมรุกทำการตลาดเพื่อสร้างดีมานด์การดื่มคู่กับมื้ออาหาร การนำ “เกเตอเรด” เครื่องดื่มเกลือแร่อันดับหนึ่งของโลกกลับมาทำตลาดอย่างจริงจังอีกครั้งเพื่อรับเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่ชอบออกกำลังกาย โดยดึงนักกอล์ฟสาวไทยมือวางอันดับโลกอย่าง “โปรเม” มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก
นอกจากนี้ ยังมีการขยายพอร์ตไปในกลุ่มไฮเดรชั่นหรือเครื่องดื่มที่ช่วยเติมเต็มความสดชื่นภายใต้แบรนด์ “อควาฟิน่า” ไม่ว่าจะเป็น น้ำดื่มบรรจุขวด “อควาฟิน่า” น้ำแร่ธรรมชาติ 100% “อควาฟิน่า มิเนเรล” รวมไปถึงเครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งใสผสมวิตามิน “อควาฟิน่า วิตซ่า” และล่าสุดกับการบุกตลาดเครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพด้วยการเปิดตัว “มิรินด้า มิกซ์-อิท” เครื่องดื่มซ่าที่มาพร้อม 2 กลิ่นผลไม้ในขวดเดียวด้วยสูตรน้ำตาลน้อยกว่า 6 กรัมต่อ 100 มล. โดยทุกแบรนด์ต่างส่งกิจกรรมการตลาดเพื่อมัดใจผู้บริโภคตลอดทั้งปี ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณพร้อมรบให้กับคู่แข่งในทุกเซ็กเมนต์ว่างานนี้เป๊ปซี่โคไม่ได้มาเล่นๆ