การควบรวมครั้งนี้เนื่องจาก SAWAD มองเห็นถึงศักยภาพการบริหารธุรกิจของเอสแคป (SCAP) ว่าจะสามารถเติบโตพร้อมทำกำไรได้ดี โดยตั้งแต่เอสแคป (SCAP) เริ่มเปิดให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 เป็นต้นมา เอสแคป (SCAP) มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมียอดหนี้คงค้างกว่า 1,000 ล้านบาท ในขณะที่มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพียง 0.2 % การเติบโตอย่างรวดเร็วดังกล่าวเป็นผลมาจากกระบวนการคัดเลือกลูกค้าชั้นดี มีคุณภาพ มีระบบปฏิบัติการสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ สามารถอนุมัติสินเชื่อได้อย่างรัดกุมและรวดเร็วด้วยบุคลากรมืออาชีพที่ต่างมีความชำนาญในวงการการเงินการธนาคารกว่า 30 ปี
ด้วยการควบรวมดังกล่าวจะทำให้ฐานลูกค้าของกลุ่ม SAWAD ขยายเพิ่มขึ้นเนื่องจาก เอสแคป (SCAP) เน้นกลุ่มลูกค้าชั้นดีระดับกลางถึงระดับบนที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป และเน้นผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งนี้เอสแคป (SCAP) จะเป็นบริษัทที่มีเสถียรภาพทางการเงินเพิ่มขึ้นและในอนาคตมีแผนที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อลูกค้ารายย่อยอื่นๆ ให้มีความหลากหลาย มีความหมาะสม และตรงตามความต้องการของลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น โดยในปี 2564 เอสแคป (SCAP) ตั้งเป้ามียอดสินเชื่อเติบโตกว่า 100% โดยกำหนดเป้าหมายจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในอีก 2 ถึง 3 ปีข้างหน้า
สอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล โทร 0 2691 5600 ตั้งแต่วันจันทร์ ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 น.-17.00 น. หรือ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.srisawadcapital.co.th