BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
8,699
VIEWS

7 สุดยอดยักษ์เทคโนโลยี มูลค่าบริษัทเพิ่มรวมกัน 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ปี 2020

ม.ค. 04, 2564 P.Patikom

Elon Musk ผู้ก่อตั้ง SpaceX และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer-CEO) ของ Tesla Inc.

 

ปี 2020 ที่เพิ่งผ่านไป บริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดในวงการเทคโนโลยีของสหรัฐ 7 อันดับแรก ได้แก่ Apple, Microsoft, Amazon, Alphabet, Facebook, Tesla และ Nvidia มีมูลค่าบริษัท (Market cap) รวมกันสูงถึง 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2020 ทั้งที่ต้องขับเคลื่อนธุรกิจผ่านวิกฤตโรคระบาด COVID-19 ทั่วโลก และวิกฤตเศรษฐกิจในวงกว้าง

ระหว่างการมองโลกในแง่ดีอย่างต่อเนื่องบนยอดขาย iPhone, การเติบโตของ Teams ผลิตภัณฑ์สำหรับการทำงานร่วมกัน ของ Microsoft, การเป็นผู้นำตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่องของ Amazon และความแข็งแกร่งของการผูกขาดตลาดโฆษณาออนไลน์ที่มีผู้ขายอยู่ 2 รายของ Google และ Facebook เหล่านี้ทำให้ยักษ์เทคโนโลยีทั้งหลายของสหรัฐไม่ได้เกิดการชะลอตัว แม้จะต้องเผชิญวิกฤตทั้งจาก COVID-19 และการถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการครอบงำตลาดที่เพิ่มขึ้น

ส่วน Tesla ได้สร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ที่สุด หุ้นของ Tesla เพิ่มขึ้นเกือบ 9 เท่าในปี 2020 ที่เพิ่งผ่านมา และทำให้มูลค่าบริษัท (Market Cap) ของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มจาก 76,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงต้นปี 2020 เป็น 669 พันล้านดอลลาร์ เมื่อตลาดปิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (เวลาสหรัฐฯ) แม้ Tesla จะต้องมีการปิดโรงงานในช่วง แรกเนื่องจากโรคไวรัส COVID-19 ระบาด แต่ Tesla ก็กลับมาส่งมอบรถได้มากเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2020

เมื่อเดือนธันวาคม 2020 Tesla ได้กลายเป็นพลังเสริมที่ใหญ่ที่สุดใน S&P 500 โดย Tesla ได้เข้าร่วมด้วยดัชนีที่มีน้ำหนักมากที่สุดเป็นอันดับ 5  หลังจากที่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า Tesla พลิกกลับมาทำกำไร 5 ไตรมาสติดต่อกัน

ในขณะเดียวกัน Nvidia ผู้ผลิตชิปมีมูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในปี 2020 โดย ปิดด้วยมูลค่าบริษัท (Market Cap) 323 พันล้านดอลลาร์ ทำให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับ 7 และอันดับที่ 16 โดยรวม ในธุรกิจหน่วยประมวลผลกราฟิกสำหรับอุปกรณ์เล่นเกม (Graphics Processors for Gaming - รวมอุปกรณ์เล่นวิดีโอเกมและเกมออนไลน์) ของ Nvidia สำหรับตลาดอุปกรณ์เล่นเกมของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่อุปกรณ์เล่นเกมขายดีมากสินค้าบินออกจากชั้นวางสินค้าอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทต้องดิ้นรนเร่งผลิตเพื่อให้ทันกับความต้องการ

ชิปของ Nvidia กำลังได้รับความสนใจในตลาดศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นนั้นต้องการความเร็วที่เร็วขึ้น เมื่อเดือนกันยายน 2020 Nvidia ตกลงที่จะซื้อ Arm Holdings ผู้ผลิตชิปสำหรับอุปกณณ์ Mobile จาก SoftBank ในราคา 40 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ใหญ่เป็นอันดับ 2  ที่ประกาศโดยบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯเมื่อปี 2020 อย่างไรก็ตามหน่วยงานกำกับดูแลของจีนยังคงสามารถสกัดกั้นข้อตกลงนี้ได้

สำหรับ Apple ในช่วงที่ผ่านมา มูลค่าบริษัท (Market cap) ได้เพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ด้วยมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น 81% 

สำหรับ Amazon ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจคอนซูมเมอร์ และ ธุรกิจ Cloud-computing ทำให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 710 พันล้านดอลลาร์ 

ส่วน Microsoft มีมูลค่าบริษัท 480 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Alphabet บริษัทแม่ของ Google มีมูลค่า 268 พันล้านดอลลาร์ และ Facebook มีมูลค่า 193 พันล้านดอลลาร์

มูลค่าที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวของยักษ์เทคโนโลยีสหรัฐ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในกลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุด Jeff Bezos แห่ง Amazon เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ตามด้วย Elon Musk แห่ง Tesla, Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft และ Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Facebook มาเป็นอันดับ 5  นอกจากนี้ใน 10 อันดับแรกของกลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดยังมี  Larry Page และ Sergey Brin ผู้ก่อตั้ง Google, และ Steve Ballmer อดีต CEO) ของ Microsoft

Cr : CNBC

Source

Elon Musk ผู้ก่อตั้ง SpaceX และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer-CEO) ของ Tesla Inc.

 

ปี 2020 ที่เพิ่งผ่านไป บริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดในวงการเทคโนโลยีของสหรัฐ 7 อันดับแรก ได้แก่ Apple, Microsoft, Amazon, Alphabet, Facebook, Tesla และ Nvidia มีมูลค่าบริษัท (Market cap) รวมกันสูงถึง 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2020 ทั้งที่ต้องขับเคลื่อนธุรกิจผ่านวิกฤตโรคระบาด COVID-19 ทั่วโลก และวิกฤตเศรษฐกิจในวงกว้าง

ระหว่างการมองโลกในแง่ดีอย่างต่อเนื่องบนยอดขาย iPhone, การเติบโตของ Teams ผลิตภัณฑ์สำหรับการทำงานร่วมกัน ของ Microsoft, การเป็นผู้นำตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่องของ Amazon และความแข็งแกร่งของการผูกขาดตลาดโฆษณาออนไลน์ที่มีผู้ขายอยู่ 2 รายของ Google และ Facebook เหล่านี้ทำให้ยักษ์เทคโนโลยีทั้งหลายของสหรัฐไม่ได้เกิดการชะลอตัว แม้จะต้องเผชิญวิกฤตทั้งจาก COVID-19 และการถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการครอบงำตลาดที่เพิ่มขึ้น

ส่วน Tesla ได้สร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ที่สุด หุ้นของ Tesla เพิ่มขึ้นเกือบ 9 เท่าในปี 2020 ที่เพิ่งผ่านมา และทำให้มูลค่าบริษัท (Market Cap) ของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มจาก 76,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงต้นปี 2020 เป็น 669 พันล้านดอลลาร์ เมื่อตลาดปิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (เวลาสหรัฐฯ) แม้ Tesla จะต้องมีการปิดโรงงานในช่วง แรกเนื่องจากโรคไวรัส COVID-19 ระบาด แต่ Tesla ก็กลับมาส่งมอบรถได้มากเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2020

เมื่อเดือนธันวาคม 2020 Tesla ได้กลายเป็นพลังเสริมที่ใหญ่ที่สุดใน S&P 500 โดย Tesla ได้เข้าร่วมด้วยดัชนีที่มีน้ำหนักมากที่สุดเป็นอันดับ 5  หลังจากที่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า Tesla พลิกกลับมาทำกำไร 5 ไตรมาสติดต่อกัน

ในขณะเดียวกัน Nvidia ผู้ผลิตชิปมีมูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในปี 2020 โดย ปิดด้วยมูลค่าบริษัท (Market Cap) 323 พันล้านดอลลาร์ ทำให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับ 7 และอันดับที่ 16 โดยรวม ในธุรกิจหน่วยประมวลผลกราฟิกสำหรับอุปกรณ์เล่นเกม (Graphics Processors for Gaming - รวมอุปกรณ์เล่นวิดีโอเกมและเกมออนไลน์) ของ Nvidia สำหรับตลาดอุปกรณ์เล่นเกมของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่อุปกรณ์เล่นเกมขายดีมากสินค้าบินออกจากชั้นวางสินค้าอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทต้องดิ้นรนเร่งผลิตเพื่อให้ทันกับความต้องการ

ชิปของ Nvidia กำลังได้รับความสนใจในตลาดศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นนั้นต้องการความเร็วที่เร็วขึ้น เมื่อเดือนกันยายน 2020 Nvidia ตกลงที่จะซื้อ Arm Holdings ผู้ผลิตชิปสำหรับอุปกณณ์ Mobile จาก SoftBank ในราคา 40 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ใหญ่เป็นอันดับ 2  ที่ประกาศโดยบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯเมื่อปี 2020 อย่างไรก็ตามหน่วยงานกำกับดูแลของจีนยังคงสามารถสกัดกั้นข้อตกลงนี้ได้

สำหรับ Apple ในช่วงที่ผ่านมา มูลค่าบริษัท (Market cap) ได้เพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ด้วยมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น 81% 

สำหรับ Amazon ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจคอนซูมเมอร์ และ ธุรกิจ Cloud-computing ทำให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 710 พันล้านดอลลาร์ 

ส่วน Microsoft มีมูลค่าบริษัท 480 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Alphabet บริษัทแม่ของ Google มีมูลค่า 268 พันล้านดอลลาร์ และ Facebook มีมูลค่า 193 พันล้านดอลลาร์

มูลค่าที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวของยักษ์เทคโนโลยีสหรัฐ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในกลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุด Jeff Bezos แห่ง Amazon เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ตามด้วย Elon Musk แห่ง Tesla, Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft และ Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Facebook มาเป็นอันดับ 5  นอกจากนี้ใน 10 อันดับแรกของกลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดยังมี  Larry Page และ Sergey Brin ผู้ก่อตั้ง Google, และ Steve Ballmer อดีต CEO) ของ Microsoft

Cr : CNBC

Source

รพ.สัตว์ทองหล่อ เปิดอาณาจักร "ศูนย์โรคตา" ชูจุดแข็งทีมจักษุแพทย์ ผสานนวัตกรรม Advance Medical Technology ยกระดับสู่ Medical Hub รับเคสยาก-สั

Panasonic จับมือบริษัทจีน Shenzhen Skyworth Display Technology เร่งการเติบโตของธุรกิจ TV ทั่วยุโรป

ล้อไม่หมุน Ferrari หั่นเป้า EV 50% ย้ำสมดุล New Technology กับ Brand Identity

CPAC-SCG จับมือ DURA TECHNOLOGY ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ขยายศักยภาพงานก่อสร้างสะพาน เทคโนโลยี Ultra-High Performance Concrete (UHPC)

อวสานชนชั้นกลาง SMEs ต้องปรับตัวอย่างไร เมื่อถูกเร่งโดยเทคโนโลยี

Marketing Intelligence 2025 แค่ Creativity ไม่พอต้องอัพสู่ Ultra Creativity ด้วย Human, Data และ Tech

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact