Vespa สะดุด
อย่างไรก็ตาม Vespa ได้รับผลกระทบจากการเกิดและขยายตัวของรถมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นซึ่งได้รับความนิยมสูงไปทั่วโลกอย่าง Honda ที่มีการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ประเภทรถครอบครัวที่มีราคาถูกออกสู่ตลาด รวมทั้งความนิยมใช้รถยนต์ขนาดเล็กที่มีราคาถูกเพิ่มขึ้น ได้แย่งตลาดของ Vespa กระทบต่อยอดขายโดยตรง และในบางตลาดอย่างเช่นในไทย Vespa ก็หยุดทำตลาดไป ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมาจนถึงปี 2009
แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว Vespa ก็ยังมีรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด และยังมีแฟนพันธุ์แท้ที่เข้าใจประสิทธิภาพการใช้งานอเนกประสงค์ของรถ Vespa ยังคงใช้ Vespa อยู่ ในไทยก็เป็นเช่นเดียวกัน ยังมีผู้ใช้งานรถ Vespa ในงานบรรทุกสินค้าอยู่ รวมทั้งผู้ที่รัก Vespa มีไว้เพื่อการสะสม
Vespa ผงาดอีกครั้ง
ชื่อ Vespa ภาษาอิตาลีแปลว่าตัวต่อ ซึ่งได้จากการที่ Enrico Piaggio ได้เห็นรถ Vespa ครั้งแรกได้บอกว่ารถมีรูปร่างเหมือน "ตัวต่อ (Vespa)" แม้จะเผชิญผลกระทบจากความนิยมรถยนต์นั่งขนาดเล็กราคาถูก และรถมอเตอร์ไซค์แบบครอบครัวราคาถูกของผู้ผลิตญี่ปุ่น แต่ตัวต่อตัวนี้ก็ทรหดสามารถฟันฝ่าผ่านมาจนถึงยุคกลับมาผงาดอีกครั้ง
พร้อมกับกระแส Nostalgia หรือกระแสเรโทรในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่แพร่ไปทั่วโลก รถ Vespa เป็นความคลาสสิคอีกแบรนด์หนึ่งที่ผู้บริโภคถวิลหา ทั้งรถ Vespa ทุกรุ่นที่ขายมาจนปัจจุบัน ก็ออกแบบโดยยังรักษาเค้าโครงของรุ่นคลาสสิคดั้งเดิมไว้
นับตั้งแต่ปี 2005 ยอดขายรถ Vespa ทั่วโลกเริ่มเพิ่มขึ้น จาก 40,000 คันต่อปีเป็น 50,000 คันในปี 2005 และเพิ่มเป็นมากกว่า 100,000 คันต่อปีในปี 2006 และมียอดขายระดับสูงกว่า 100,000 คันต่อปีมาจนปัจจุบัน เมื่อถึงช่วงเดือนมีนาคม 2016 ถึงเดือนเมษายน 2017 ยอดขายรถสกูตเตอร์ของบริษัท Piaggio & C. SpA ซึ่งประกอบด้วย Vespa และ Aprilia สามารถทำยอดขายเฉพาะรถสกูตเตอร์รุ่นขนาด 150 cc ได้เพิ่มขึ้นถึง 450 เปอร์เซ็นต์เป็น 43,810 คัน
ในไทยปี 2010 Vespa กลับมาทำตลาดอย่างจริงจังอีกครั้งโดยบริษัท บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) เป็นผู้นำ Vespa กลับมารุกตลาดในไทย ปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศมากกว่า 70 แห่ง และประสบความสำเร็จในด้านยอดขายน่าพอใจจนปัจจุบัน สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นทุกปีื Vespa ทำยอดขายรวมในไทยได้มากกว่า 40,000 คัน เฉพาะในปี 2012 ถึงช่วงกลางปี 2013 Vespa ขายในไทยได้มากกว่า 14,000 คัน