ซันโทรี่ เป๊ปซี่ โคฯ เลือกเข้าตลาดชาด้วยการเปิดตัวชาอู่หลง ซึ่งเป็นตลาดที่มีคู่แข่งขันน้อยกว่าชาเขียว โดยมีวาง ตลาดอยู่ก่อนหน้านั้นแค่ 2 แบรนด์ คือ Itokin กับ Pokka ซึ่งเป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นที่แทบจะไม่มีการทำตลาด จึงมีโอกาสค่อน ข้างสูงที่จะแทรกเข้ามาแจ้งเกิด โดยทีพลัส เปิดตัวในขนาด 2 ไซส์ แยกช่องทางขายอย่างชัดเจนนั่นคือ ขนาด 500 มล. วางขายในช่องทางโมเดิร์นเทรด ราคา 25 บาท และขนาด 480 มล. ราคาขวดละ 18 บาท วางขายผ่านช่องทางร้านโชวห่วย ซึ่งราคาขายในโมเดิร์นเทรด จะเท่ากับโออิชิ และอิชิตัน ในไซส์ 500 มล. แต่จะถูกกว่า Pokka และ Itokin ที่ขายในราคา 30 บาท
เช่นเดียวกับ การนำเสนอเบเนฟิตของสินค้าในเรื่องของการมีสารสกัด OTPP ซึ่งเป็นสารที่ช่วยดูดซับไขมันของร่าง กายถึง 70 มิลลิกรัมต่อขวด เป็นการวางจุดขายที่แตกต่างไปจากชาเขียวที่จะขายในเรื่องของสารคาเทชิน ที่ช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระที่เป็นต้นตอของการเกิดมะเร็ง
เป็นการเข้าตลาดในแอเรียที่มีการแข่งขันไม่รุนแรง แถมแบรนด์ที่มีอยู่เดิมก็แทบจะไม่ทำตลาด โอกาสในการกลับมาใหม่ในครั้งนี้จึงมีค่อนข้างสูง
สมชัย เกตุชัยโกศล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ได้เตรียมงบการตลาดในช่วงเปิดตัวไว้ถึง 200 ล้านบาท ทำตลาดแบบครบวงจร รวมถึงการแจกสินค้าตัวอย่าง 1.6 ล้านขวด ซึ่งถือเป็นการแจกสินค้าตัวอย่างค่อนข้างมาก เนื่องจากมั่นใจว่าเมื่อมีโอกาสทดลองดื่มจะยอมรับในตัวสินค้า
“เราวางงบไว้ 200 ล้านบาท โดยมองถึงเรื่องของการสร้าง Brand Awareness ที่เป็นสเตปแรกของการทำตลาด ซึ่งว่าไปแล้ว ทีพลัส เป็นแบรนด์ที่คนไทยส่วนหนึ่งยังจำได้ จากที่เคยวางตลาดมาก่อนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยชาอู่หลงแบรนด์นี้ วางตลาดในประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และล่าสุดกลับมาเปิดตลาดที่ประเทศไทย”