“เราวางแผนมุ่งเน้นการเติบโตใน Residential Segment และหน่วยงานของภาครัฐ ผ่านสินค้าที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น บริการออกแบบและติดตั้งสร้างพื้นที่ใช้สอย และระบบประหยัดพลังงานโซลาร์ เพื่อรองรับพฤติกรรมการก่อสร้างและรีโนเวทบ้านของปีนี้”
พร้อมกันนี้ คุณวิโรจน์ เปิดเผยว่า หลายปีให้หลังพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจที่ทุกองค์กรต้องพยายามปรับตัว เปลี่ยนแปลงตาม เฌอร่า ในฐานะองค์กรที่พัฒนาตัวเองให้ทันต่อโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลาก็ได้นำ Digital Technology เข้ามาปรับใช้กับทั้งองค์กร ตั้งแต่พัฒนา Digital Commerce สำหรับทีมที่ดูแลเรื่องการขายและการตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่าย เปลี่ยนแปลงรูปแบบการวางแผนการผลิตสินค้าและการจัดเก็บ Stock โดยนำ Global Technology มาใช้ด้วยระบบ Warehouse Management System เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บสินค้า รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั้งหมดของระบบโรงงานอุตสาหกรรมให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นด้วย Smart Factory Technology ที่ช่วยในเรื่อง Automatic Control และ Auto Rejection
นอกจากนี้ยังมีการหยิบเอาเทคโนโลยี AR, VR มาเสริมศักยภาพการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าให้เห็นภาพเสมือนจริงทั้งสีและลาย Inspiration ของการใช้สินค้าให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับการขายสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์อีกด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ครบเครื่องทั้งในเรื่องของการพัฒนาตนเอง รวมไปถึงความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้ สำหรับเฌอร่า แต่อย่างที่ทราบดีว่า การรักษานั้นยากกว่าการสร้างใหม่
คุณวิโรจน์ บอกกับเราว่า 10 ปีที่ผ่านมา เฌอร่าตอบโจทย์ผู้บริโภคมาโดยตลอด และยังคงต้องตอบโจทย์ผู้บริโภคให้แม่นยำมากยิ่งขึ้นต่อๆ ไป สิ่งสำคัญที่จะทำให้แบรนด์ยังรักษาความเป็นเบอร์ 1 เอาไว้ได้ คือ ต้องพยายามปรับตัวในการเข้าใจลูกค้าอยู่เสมอ รู้ลึกขึ้น สามารถออกผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีขึ้นได้เรื่อยๆ แม้ในวันที่สภาพแวดล้อมต่างๆ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา