เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ มาม่า ถูกเลือกให้เป็นแบรนด์อันดับ 1 ซึ่งได้รับความน่าเชื่อถือและครองใจผู้บริโภค ในกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จากผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand 2021 โดย คุณเพชร พะเนียงเวทย์ กรรมการบริษัท และผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาด 2 บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ให้ทัศนะว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคไว้วางใจมาม่าเกิดจากการที่มาม่าทำสินค้าตรงใจผู้บริโภคอย่างเสมอต้นเสมอปลายและจริงใจที่จะนำเสนอสินค้าให้ตรงกับยุคสมัย
“สินค้าของเราเป็นอาหาร ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องอร่อย เราพยายามมองหาความต้องการของผู้บริโภคตลอดเวลาและตอบสนองความต้องการของเขา รวมถึงการพัฒนาสินค้าให้เข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้บริโภคในทุกกลุ่ม”
ที่ผ่านมา แบรนด์มาม่าถือเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 50 ปี ดังนั้น ในแง่ของการพัฒนาสินค้าและการสื่อสารแบรนด์จึงถูกปรับให้เข้ากับกลุ่มผู้บริโภคในทุกยุคสมัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคหลักที่เป็น Heavy User ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คือ กลุ่มวัยรุ่น
“เรามีการปรับสินค้าอยู่เสมอเพื่อให้มีความทันสมัยอย่างมาม่าแบบดั้งเดิมราคา 6 บาท ผู้บริโภคทานซองเดียวไม่อิ่มเราก็ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคโดยการออกมาม่า บิ๊กแพ็ค มาถึงวันนี้เรามองว่าเทรนด์ของการบริโภคเส้นแบบหนานุ่มสไตล์เกาหลี อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคชาวไทย เราก็ปล่อยตัวมาม่า โอเค ออกมาทำตลาด ซึ่งตัวนี้จะเป็นสินค้าที่เราจะเน้นการทำตลาดในตอนนี้
จริงๆ แล้วมาม่า โอเค ดั้งเดิมคือตัวออเรียนทัลคิตเชนซึ่งทำตลาดมา 15-16 ปีแล้ว เพราะได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งในวันนั้นตลาดบะหมี่อิมพอร์ตยังไม่ร้อนแรงเท่าปัจจุบัน โครงสร้างราคาหรือราคาขายก็ไม่ได้สูงถึง 40 กว่าบาท จนกระทั่งผู้บริโภคเริ่มเสพสื่อกว้างขึ้น ได้ดูซีรีส์เกาหลี ทำให้ได้รับคอนเทนต์ต่างๆ ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีสินค้าจากต่างชาติเข้ามาอยู่แล้ว และเริ่มเติบโตมากขึ้นทำให้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมี Price Range ที่กว้างขึ้น เราจึงรีเฟรชแบรนด์ออเรียนทัลคิตเชนมาเป็นมาม่า โอเค และเริ่มใช้พรีเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นดาราวัยรุ่น 6 คนเพื่อนำเสนอ 6 รสชาติของมาม่า โอเค จับตลาดกลุ่มวัยรุ่น”