รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า “SUT มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะการใช้ความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ อีกทั้งได้ศึกษาและวิจัยการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ ปี 2549 เป็นต้นมา เริ่มตั้งแต่การคัดแยกจนถึงการ แปรรูปเป็นพลังงานรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาระบบแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันด้วยกระบวนการไพโรไลซิสขึ้นในมหาวิทยาลัย โดยมีกำลังการผลิตน้ำมันประมาณ 5,000 ลิตร/วัน และมีความพร้อมในการทำวิจัยต่อยอดเพื่อสร้างรูปแบบการจัดการของเสียแบบครบวงจร
SUT มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ GC ผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอันดับหนึ่งของประเทศไทย ใน “โครงการศึกษาการจัดการขยะพลาสติกและการเพิ่มมูลค่าขยะพลาสติกปนเปื้อน” ซึ่งเป็นการอาศัยความร่วมมือ ประสบการณ์ และความพร้อมของทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะใช้พื้นที่ของ SUT เป็นกรณีศึกษา ในการสร้างรูปแบบการจัดการขยะชุมชนที่ต้นทางที่มีประสิทธิภาพ ศึกษาการคัดแยกขยะพลาสติก การนำขยะพลาสติกมาแปรรูป ให้สามารถนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ โดยคาดหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้เกิดระบบจัดการขยะตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเป็นแนวทางในการขยายผล ทั้งด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้กับประเทศต่อไปในอนาคต”
จากการผสานพลังความร่วมมือและนวัตกรรมจากภาคการศึกษาและภาคเอกชนในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมืออีกหนึ่งขั้นที่มุ่งหวังให้เยาวชนและบุคลากรของมหาวิทยาลัย รวมถึงคนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน อีกทั้งยังสอดคล้องกับร่างแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติกของรัฐบาล เรื่องการนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และนำกลับมาใช้ประโยชน์ทั้งหมดในปี 2570 เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมปลอดขยะ (Zero Waste Society) ต่อไปอย่างยั่งยืน