ผศ.นพ.ก่อพงศ์ รุกขพันธ์ รองประธานอาวุโสปฏิบัติการด้านการแพทย์ (Medical Quality & Affairs & Informatics & Human Resources) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และผู้บัญชาการศูนย์โควิด-19 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเสริมถึงผลงานความสำเร็จจากการรักษาเคสยากๆ จำนวนมาก ที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของทีมแพทย์ภายใต้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของโรงพยาบาลฯ อาทิ การทำคลอดแฝด 6 ได้สำเร็จด้วยการทำงานร่วมกันของคณะแพทย์และทีมบุคลากรทางการแพทย์กว่า 20 ท่าน, การช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจให้กลับบ้านอย่างปลอดภัยถึง 2,682 ราย ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกว่า 1,000 ราย มีอาการหลอดเลือดหัวใจตีบเกิน 2 จุด, การใช้เทคโนโลยี Cardio Insight เพื่อช่วยวินิจฉัยหาจุดการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติได้อย่างแม่นยำ และทำให้หัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติได้ถึง 99% ของผู้เข้ารับการรักษา, การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ถึง 24,000 คน และได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ โดยใช้เทคโนโลยี AI IBM Watson for Oncology เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเฉพาะเจาะจงให้ผู้ป่วยแต่ละราย และการผ่าตัดเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดให้กับผู้ด้อยโอกาส 815 ราย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยเด็กที่อายุน้อยที่สุด มีอายุเพียงแค่ 1 วัน เป็นต้น ความสำเร็จเหล่านี้เกิดขึ้นได้ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญสูงหลากหลายสาขาทำงานร่วมกัน พร้อมทีมงานสหสาขาวิชาชีพ การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและจำเป็นต้องมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ก้าวต่อไปของบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลฯ มีแผนในการพัฒนาและขยายศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งเน้นการดูแลรักษาโรคเฉพาะทางได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา ตลอดจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางซึ่งมีประสบการณ์สูง พร้อมด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ปัจจุบันโรงพยาบาลฯ มีการยกระดับ Center of Excellence ต่างๆ อาทิ ศูนย์ผู้ป่วยวิกฤต (Intensive Care Unit), ศูนย์มะเร็งฮอไรซัน (Horizon Reginal Cancer Center), ศูนย์ปลูกถ่ายเนื้อเยื่อและอวัยวะ (Tissue & Organ Transplantation Center), ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ (Urology Center), ศูนย์ทางเดินอาหาร-ตับ (Digestive Diseases GI Center), ศูนย์ศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectal Surgery Center), สถาบันกระดูกสันหลัง (Spine Institute), ศูนย์โรคระบบประสาท (Neurology Center), ศูนย์หัวใจ (Cardiology Center) โดยแผนการขยายศูนย์ฯ ส่วนหนึ่งจะดำเนินการผ่านโมเดลธุรกิจ Bumrungrad Health Network ร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 60 แห่งทั่วประเทศ เพื่อขยายการเข้าถึงการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานบำรุงราษฎร์ในกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ที่อาศัยอยู่ในเขตปริมณฑลและตามภูมิภาคต่างๆ
รศ.นพ.ทวีสิน ตันประยูร กล่าวปิดท้ายว่า “ในอนาคตอุตสาหกรรมทางการแพทย์จะเป็นหนึ่งใน megatrend ที่มีแนวโน้มเติบโต รวมถึงธุรกิจโรงพยาบาลจะถูกยกระดับความสำคัญและเป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น โรงพยาบาลยึดมั่นในเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และมีความเชื่อมั่นว่า การพัฒนาด้านคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร และนำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกันคุณภาพมาตร ฐานความปลอดภัยจะเป็นบทพิสูจน์ที่แสดงถึงศักยภาพทางการแพทย์ของประเทศไทยได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้มาใช้บริการ และจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศให้เกิดระบบนิเวศที่ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เช่นกัน”