โครงการส่งเสริมและจัดแสดงพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบจะช่วยให้ผู้ประกอบการในทุกภาคธุรกิจสามารถเลือกสรรเทคโนโลยีดิจิทัล 12 ประเภทจากดิจิทัลสตาร์ทอัพที่ผ่านการคัดเลือกจาก ดีป้า รวมกว่า 50 ราย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ยกระดับการดำเนินธุรกิจ แก้ไขปัญหาการบริหารจัดการ ขยายตลาด ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับเหล่าผู้ประกอบการ ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการจะจัดขึ้นในรูปแบบ On Ground เพื่อสร้างความตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผ่านการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการธุรกิจ การสาธิตวิธีใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตในยุคชีวิตวิถีใหม่ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการและดิจิทัลสตาร์ทอัพได้มาพบกัน เพื่อรับคำปรึกษาและทดลองใช้เครื่องมือดิจิทัลในด้านต่าง ๆ
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ในรูปแบบ On Cloud ผ่านแพลตฟอร์มของ Zipevent หนึ่งในดิจิทัลสตาร์ทอัพที่ได้รับการพิจารณาเข้าร่วมโครงการในชื่อ depa Business Matching on Cloud (https://www.zipeventapp.com/e/depabusinessmatchingoncloud) โดยกิจกรรมดังกล่าวมีการนำเสนอโปรโมชันมากมายสำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งสามารถนัดหมายเจรจาธุรกิจกับดิจิทัลสตาร์ทอัพที่สนใจได้แล้ววันนี้ไปจนถึงวันที่ 23 เมษายนนี้ ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวถือเป็นช่องทางที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการและดิจิทัลสตาร์ทอัพ อีกทั้งลดความเสี่ยงในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
“กิจกรรมในโครงการส่งเสริมและจัดแสดงพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบทั้งหมดถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบในยุคชีวิตวิถีใหม่ อีกทั้งเป็นส่วนช่วยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลต่อไป โดย ดีป้า คาดว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการจับคู่ธุรกิจมากกว่า 1,000 ราย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว
ด้าน นายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการใหญ่ (กลุ่มงานเศรษฐกิจดิจิทัล) ดีป้า กล่าวเสริมว่า นอกจากการบูรณาการการทำงานของภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว โครงการส่งเสริมและจัดแสดงพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนและบุคลากรดิจิทัล (Upskill) ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม (Smart People) และสอดคล้องกับการทำธุรกิจสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ พร้อมสร้างโอกาสในตลาดภูมิภาคผ่าน Digital Transformation Courses หลักสูตรเรียนฟรีและมีใบประกาศนียบัตรให้ที่หยิบยก Pain Point ของธุรกิจอาหาร ธุรกิจการเกษตร และธุรกิจการค้าและบริการ รวมถึงแนวทางการส่งออกมาตีโจทย์และชี้ให้เห็นความสำคัญของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่ง ดีป้า คาดหวังว่าจะมีผู้เข้าถึงหลักสูตรดังกล่าวไม่น้อยกว่า 20,000 คน
สำหรับหลักสูตร Digital Transformation Courses จะเผยแพร่ผ่าน YouTube: depa Thailand, Facebook Group: Digital Transformation Courses และ เว็บไซต์ http://www.classwin.com ซึ่งผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายวัชริศ หาญสุทธิวงศ์ 08 3123 0851