นอกจากการดำเนินเรื่อง รวมถึงตัวละครและฉากต่างๆ จะถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนที่มี “น้ำ” เป็นหัวใจสำคัญในการดำรงชีวิตและการทำเกษตรกรรมแล้ว เอกลักษณ์ความเป็นไทยพื้นบ้านยังถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเสียงเพลงที่นำเอาเครื่องดนตรีไทยมาเป็นส่วนสำคัญในการรังสรรค์ทำนอง ไปจนถึงเสื้อผ้าของตัวละคร บางส่วนตัดเย็บด้วยผ้าไหมทอมือจากบ้านถนนงาม และบ้านหนองแวงน้อย ตำบลบ้านหัน อำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น อันเป็นผลผลิตจากโครงการ “รักน้ำ” ที่มีการจัดการน้ำเพื่อชุมชนโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้มีน้ำกินน้ำใช้ในชีวิตประจำวันอย่างพอเพียง และสามารถปลูกหม่อน เลี้ยงไหม นำไปทอผ้า เพื่อใช้เองและจำหน่ายได้
สำหรับ โครงการ “รักน้ำ” เริ่มขึ้นในปี 2550 โดยมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย มูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำงานด้านความยั่ง ยืนของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีพันธกิจในการสร้างความยั่งยืนให้กับ “น้ำ” อันเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเครื่องดื่ม โดยดำเนินการครอบคลุม 3 ด้านคือ 1) การอนุรักษ์แหล่งน้ำ 2) การนำน้ำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และ 3) การเข้าถึงน้ำที่สะอาด ในพื้นที่ที่โคคา-โคล่าใช้น้ำในการผลิตเครื่องดื่ม 7 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง ขอนแก่น บุรีรัมย์ นครสวรรค์ สุราษฎร์ธานี ปทุมธานี และพัทลุง ผ่านการทำงานร่วมกับองค์กรพันธมิตร คือ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูป ถัมภ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน และมูลนิธิป่า-ทะเลเพื่อชีวิต
ทั้งนี้ ปัญหาน้ำในประเทศไทยนั้นต้องการการบริหารจัดการที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ พร้อมไปกับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และจากคนไทยทุกคน วิดีโอนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจผลักดันให้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญในการร่วมกันอนุรักษ์น้ำ อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศและคนไทยทุกคน
สามารถติดตามและรับชมวิดีโอ เพราะนํ้าคือชีวิต...ร่วมค้นหาการแก้ปัญหานํ้าแล้ง น้ำท่วมกับโครงการ “รักนํ้า” ได้ที่ช่องทางโซเชียล มีเดีย ของโคคา-โคล่า ประเทศไทย ทั้งเฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/cocacolaTH/posts/2904422576497793 และ Youtube https://youtu.be/-ntTYEaZI1M