เป๊ปซี่ มองเห็นโอกาสของตลาดตรงนี้ โดยเฉพาะในช่องทางร้านค้าดั้งเดิม และช่องทางร้านอาหาร ซึ่งหลังจากแยกทางกับผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรายเดิมคือเสริมสุขแล้ว ทำให้สินค้าในขวดแก้วที่ขายในช่องทางดังกล่าวขาดหายไป เป๊ปซี่จึงต้องเลือกใช้ “เป๊ปซี่ 10” หรือ เป๊ปซี่ในขวด PET ขนาด 300 มล. ราคา 10 บาท เพื่อเจาะช่องทางร้านอาหารและร้านเทรดิชั่นนัล เทรดโดยตรง
เป๊ปซี่ 10 เป็นความลงตัวของการทำตลาดในช่องทางร้านอาหารและเทรดิชั่นนัล เทรด ที่เป๊ปซี่มองว่า ปัญหาหนึ่งของการขายน้ำอัดลมในช่องทางนี้ ก็คือ นอกจากร้านค้าจะต้องเสียค่ามัดจำขวดแล้ว ยังต้องเสียพื้นที่ในร้านเพื่อสต๊อกขวดและลัง สิ่งที่ตามมาอีกอย่างก็คือ เวลาขวดที่เก็บไว้เกิดแตก จะต้องมีต้นทุนเพิ่มอีก เป๊ปซี่จึงใช้เป๊ปซี่ 10 ที่เป็นขวด PET ไม่ต้องเสียค่ามัดจำขวด ผลักดันเข้าไปในช่องทางนี้ เพื่อตอบโจทย์ร้านค้า และก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
กลยุทธ์ในการออก เป๊ปซี่ 10 นี้ ถือเป็นเกมจำกัดจุดอ่อน และช่วยเพิ่มจุดแข็งให้กับเป๊ปซี่อย่างแท้จริง เพราะหากมองถึงการทำตลาดก่อนหน้านั้น แม้เป๊ปซี่จะมีการตั้งดิสทริบิวเตอร์เพื่อช่วยกระจายสินค้าเข้าในช่องทางเทรดิชั่นนัล เทรดได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีจุดอ่อนตรงที่เป๊ปซี่ ไม่มีสินค้าในแพ็กเกจจิ้งแบบขวดแก้วคืนขวด ซึ่งเป็นสินค้าหลักในช่องทางนี้
การส่งเป๊ปซี่ 10 เข้ามาจึงเป็นการปรับกลยุทธ์ที่ตรงจุด เพราะนอกจากจะเป็นการเข้าไปรองรับกับความต้องการในการดื่มที่ลงตัวและพอดีในการดื่มคู่กับมื้ออาหาร โดยสามารถลดข้อจำกัดของการไม่มีแพ็กเกจจิ้งแบบขวดคืนของเป๊ปซี่ได้ค่อนข้างมาก
กลยุทธ์ราคา 10 บาทนี้ จะช่วยในเรื่องของ
1.ราคา 10 บาท ถือเป็น Magic Price Point เพราะเป็นราคาที่ควักออกจากกระเป๋าเพื่อซื้อน้ำอัดลมมาดื่มได้ง่ายขึ้น
2.ราคา 10 บาทนี้ ยังเข้ามาช่วยขยายฐานการดื่มในช่องทางร้านอาหารทั่วไป และร้านค้าดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี
3.ไซส์ขนาดไม่เกิน 350 มล.นี้ เป็นไซส์ที่ดื่มง่าย สามารถดื่มครั้งเดียวหมด หรือดื่มกับมื้ออาหารได้พอดี จึงเป็นที่ต้องการของลูกค้า เมื่อตลาดมีดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น