น้ำอัดลม จัดอยู่ในประเภทของ Emotional Soft Drink ที่ไม่สามารถจับต้องเบเนฟิตในเรื่องของ Functional ได้อย่างเป็นรูปธรรม การตลาดทั้งหมดที่ถูกใส่เข้าไปจึงมี Emotional เป็นส่วนสำคัญ โดยเฉพาะที่อยู่ภายใต้ของคอนเซ็ปต์ Fun for You
ผู้เล่นในตลาดน้ำอัดลมเอง มีการจัดพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมความต้องการ อย่างในกรณีของเป๊ปซี่นั้น จะแบ่งพอร์ตออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ อันแรก คือ Fun for You เป็นกลุ่มสินค้าที่เป็นพวก Emotional Benefit ที่มุ่งตอบสนองความสนุกสนานจากการบริโภค เช่น สินค้าประเภทน้ำอัดลม ที่เป็นเสาหลักของเป๊ปซี่มาช้านาน กลุ่มที่สองจะเป็นพวก Good for You ส่วนกลุ่มที่สามคือ Better for You 2 กลุ่มหลังนี้คือสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของสุขภาพซึ่งเป็นทิศทางที่เป๊ปซี่กำลังจะมุ่งไป
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทั้งคู่ใส่เข้าไปในการทำตลาดในแต่ละช่วงก็คือ การเกาะกับกระแสที่แวดล้อมอยู่รอบๆ ตลาด ยกตัวอย่าง เช่น การเสนอทางเลือกในเรื่องของรสชาติแปลกๆ ใหม่ๆ ที่เป็น Product Innovation เพื่อตรึงคนดื่มน้ำอัดลมไม่ให้หันไปดื่มเครื่องดื่มตัวใหม่ๆ ที่เข้ามาแชร์ตลาดหรือดึงคนที่เคยดื่มแล้วหนีไปดื่มเครื่องดื่มตัวอื่นๆ อย่างครั้งหนึ่งที่เป๊ปซี่ เคยออกเป๊ปซี่ ทวิสต์ ที่มีรสชาติของมะนาว เพิ่มเข้าไป หรือการออกเป๊ปซี่ ลาเต้ ที่มีกลิ่นกาแฟผสมปนเปอยู่ในน้ำดำ เพื่อดึงคนที่โตขึ้นและหันไปดื่มกาแฟแทน หรืออย่างที่เป็นแคมเปญใหญ่ระดับโลกอย่างการออกเป๊ปซี่บลู เพื่อจับคนรุ่นใหม่ที่ชอบความแปลกใหม่ของน้ำโคล่า เป็นต้น
ตลาดน้ำอัดลมในบ้านเรา เป็นตลาดที่มีฐานค่อนข้างใหญ่ มูลค่าตลาดสูงถึงประมาณกว่า 5.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นตลาดที่มีฐานค่อนข้างใหญ่ การเติบโตในแต่ละปีจึงมีออกมาในตัวเลขที่ไม่สูงนัก ทำให้การเติบโตของตลาดน้ำอัดลมในช่วงที่ผ่านมา ต้องแลกกับการใช้งบการตลาดและการทำการตลาดที่หนักหน่วงมากขึ้นของทั้งเป๊ปซี่และโค้ก
เพราะถ้าคุณเป็นคนรุ่นเก่าๆ หน่อยคงพอจำภาพได้ว่า น้ำอัดลมของบ้านเราจะมีแคมเปญการตลาดใหญ่ๆออกมาก็แค่เพียงในช่วงหน้าร้อนซึ่งเป็นหน้าขายที่สำคัญของตลาดเครื่องดื่ม
แต่ในปัจจุบันนี้ แคมเปญการตลาดใหญ่ๆ ถูกใส่เข้าไปถึงปีละ 4 – 5 แคมเปญ เพื่อทำให้น้ำอัดลมยังคงเป็นซอฟต์ดริงค์ตัวแรกๆที่ผู้บริโภคนึกถึงยามที่จะดับกระหาย และเป็นแรงกระตุ้นให้ตลาดยังคงมีการเติบโตต่อเนื่องไปอีก
กระแสของการดื่มน้ำอัดลมลดลง ระบาดไปในหลายตลาดทั่วโลกไม่เว้นแม้เมืองไทย ทั้งโค้กและเป๊ปซี่จึงต้องมองหาตลาดใหม่ๆ เพื่อขยายการเติบโตออกไป อย่างในประเทศไทย กระแสสุขภาพที่แปรเปลี่ยนจากการเป็นเทรนด์มาสู่การเป็นไลฟ์สไตล์หรือวิถีการใช้ชีวิตของคนไทย ทำให้แนวรบถูกขยายออกไปสู่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพื่อตรึงฐานคนดื่มเดิมให้ดื่มเครื่องดื่มของตัวเองต่อไป และขยายฐานออกไปสู่คนดื่มหน้าใหม่ๆเ พิ่มขึ้น
อย่างในตลาดน้ำดำ ที่ยังคงเป็น Core Business ของทั้งเป๊ปซี่และโค้กนั้น สงคราม 0 แคลอรี่ ถูกจุดกระแสขึ้นอีกครั้ง พร้อมส่งสัญญาณว่า หลังจากนี้ไปจะเริ่มกลับมามีการต่อสู้ที่เข้มข้นมากขึ้น