จูลส์ นอร์ตัน แซลเซอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ยากลำบากในปัจจุบัน การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออนไลน์ถือเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบธุรกิจโดยเฉพาะต่อผู้ประกอบการรายย่อย อีกทั้งไม่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มาตรการลดการเดินทางและการเว้นระยะห่างทางสังคมของภาครัฐ รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคภายใต้วิถีใหม่ที่หันมาจับจ่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเหตุปัจจัยด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย เราเชื่อว่ามาตรฐานสากลฉบับนี้ช่วยสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินการของผู้ค้าปลีกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออนไลน์และผู้ให้บริการจัดส่งเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ สอดคล้องกับกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสามารถลดปัญหาการดื่มที่เป็นอันตรายได้ ที่สำคัญ การค้าออนไลน์สนับสนุนมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ”
รายละเอียดมาตรฐานสากลสำหรับการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออนไลน์และการจัดส่ง ประกอบด้วย
• พัฒนามาตรการป้องกันและความปลอดภัยในการซื้อขายเพื่อป้องกันมิให้เยาวชนที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
• กำหนดกลไกการป้องกันการจัดส่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เยาวชนและบุคคลที่อยู่ในอาการมึนเมา รวมถึงการจัดส่งในสถานที่ต้องห้ามตามกฎหมาย
• จัดหาอุปกรณ์ ข้อมูล งานศึกษาวิจัย หรือสิ่งจำเป็นอื่น แก่ผู้ให้บริการจัดส่งเพื่อให้สามารถปฏิเสธการให้บริการส่งมอบได้
• ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภค รวมถึงควบคุมการซื้อขายให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
• ส่งเสริมให้มีการนำมาตรฐานสากลฉบับนี้ไปใช้เพื่อสนับสนุนและจัดทำแนวทางในการปฏิบัติการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านช่องทางออนไลน์และการจัดส่งในประเทศต่างๆ โดยสอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
แม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิค-19 จะส่งผลให้เกิดการชะงักงันทางเศรษฐกิจ รวมถึงการหดตัวอย่างรุนแรงของภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและการบริการทั่วโลก และส่งผลให้ยอดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วโลกในปี 2563 ลดลงกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ โดยเปรียบเทียบกับปี 2562 ในขณะเดียวกัน ยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านช่องทางออนไลน์และการจัดส่งทั่วโลกกลับเติบโตอย่างรวดเร็ว เพิ่มขึ้นถึง 33 เปอร์เซ็นต์ โดยในสหรัฐอเมริกามีอัตราการเติบโตสูงขึ้นกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบราซิลและแคนาดาอัตราการเติบโตเพิ่มสูงกว่า 300%