บ้านอัจฉริยะของจริง ต้องคิดเองได้ทำเรื่องบางอย่างได้ด้วยตัวเอง ปัญหาคือมันจะยุ่งยากขนาดที่คุณต้องเป็นสุดยอดอัจฉริยะล้ำโลกเลยหรือไม่ เอาจริงๆ ตอนนี้ก็แค่อยากได้และพร้อมจ่ายเงินแบบไม่ทำให้หมดตัว ก็มี AI ฉลาดๆ อยู่ในบ้านได้แล้ว
ก่อนอื่นอยากให้ลืมๆ เรื่องวิวาทะระหว่าง อีลอน มัสต์ ซีอีโอยอดคนสมองเพชรแห่ง Tesla, SpaceX และ HyperLoop กับ มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก อัจฉริยะทีเชิร์ตกางเกงยีนส์เจ้าของเครือข่ายสังคมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเฟซบุ๊ค ในเรื่องประเด็นความเห็นความพร้อมในการพัฒนา AI ที่ทาง อีลอน ออกมาแสดงความเห็นว่าควรลดและระงับการลงมือทำให้มันฉลาดเกินไปกว่าที่วันนี้ยังควบคุมได้อยู่ ส่วน มาร์ค กลับออกมาแย้งว่าความคิดของอีลอนมันก็ไม่ต่างจากการกลัวทำตามคนอื่นไม่ทัน
บอกแล้วว่าขอหยุดประเด็นนั้นไว้ก่อนจะดีกว่า เพราะว่าเหตุผลของทั้งสองฝ่ายก็ดีพอๆ กัน สิ่งที่กำลังอยากให้สนใจก็คือวันนี้ตลาดบ้านอัจฉริยะ กำลังน่าตื่นเต้นและน่าสนใจก่อนอื่นอยากยกตัวเลขจากสำนักวิจัยข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต อาจจะไม่ได้เป็นตัวเลขจากสำนักวิจัยใหญ่ๆ แต่ก็ทำให้เห็นว่าอัตราการเติบโตน่าสนใจเลยทีเดียว
จากรายงานทางการตลาด Artificial Intelligence (Chipsets) Market by Technology (Deep Learning, Robotics, Digital Personal Assistant, Querying Method, Natural Language Processing, Context Aware Processing), Offering, End-User Industry, and Geography - Global Forecast to 2022 ของเว็บไซต์ Marketsandmarkets.com ภายในปี 2020 มูลค่าการตลาดของธุรกิจ AI (รวมทุกอย่างที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ มีถึงเกือบหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านเหรียญสหรัฐ หรือรายงาน Smart home, Seamless life – Unlocking a culture of convenience ของ PwC ที่อ้างอิงการคาดการณ์ของ Gartner Research ว่าในปี 2563 จะมีอุปกรณ์ประเภท IoT สูงถึง 2.08 หมื่นล้านชิ้น ขณะที่ IDC ก็คาดว่ามูลค่าตลาดไอโอทีทั่วโลกจะแตะ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์เช่นกัน การคาดการณ์เหล่านี้ ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและโอกาสในการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฮม
เทรนด์ของตลาดบ้านอัจฉริยะ มีการคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมในปี 2563 จะสูงถึง 2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ 645 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 40% ต่อปี
พอพูดถึงคำว่า AI คุณคงนึกถึง Jarvis ผู้ช่วยที่หลายภาคในการปรากฏตัว โทนี่ สตาร์ค มหาเศรษฐีในหนัง Ironman ก็เรียกว่ามาถูกทางครึ่งหนึ่ง (เพราะว่าจะให้มันเก่งขนาดนั้นก็คงมากเกินไป) แล้วบ้านอัจฉริยะนั้นทำไมต้องเอาไปผูกรวมกับเทคโนโลยีอย่าง IoT ด้วย น่าจะเรียกว่าจะมี บ้านอัจฉริยะได้ ก็ต้องมี ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI พร้อมกับ IoT ในหน้าที่ของการเป็นอุปกรณ์ในการทำงานแบบต่างๆ นั่นเอง