BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
14,311
VIEWS

เจาะดีลสะเทือนวงการ มหากาพย์คอนเทนต์ สตรีมมิ่ง ตอบคำถามว่าทำไม Disney+ Hotstar ต้องเลือก AIS

มิ.ย. 18, 2564

ไม่นานมานี้หลายคนอาจจะได้ยินข่าวการร่วมมือกันระหว่าง Disney+ Hotstar กับ AIS กันมาบ้างแล้ว ซึ่งต้อง บอกเลยว่า เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างเสียงฮือฮาให้กับคนไทยไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะอย่างที่ทราบดีกว่าเหล่าแฟนๆ Disney ต่างก็เฝ้ารอการมาของ Disney+ Hotstar นับตั้งแต่ทางค่ายใหญ่ได้เปิดตัวครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562

ทันทีที่เริ่มมีข่าวลือว่า Disney+ Hotstar จะเริ่ม streaming ในไทย ผู้คนก็ต่างพากันให้ความสนใจกันยกใหญ่ จนล่าสุดทางค่ายก็ได้ ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่าจะเข้าฉายในไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ที่จะถึงนี้

แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น ก็คือ Disney+ Hotstar  เลือกให้สิทธิ์กับ AIS ในการเป็น “Exclusive Telecom Operator” หรือ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นพาร์ทเนอร์รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งทาง AIS ก็ออกมาเปิดราคาพิเศษเฉพาะลูกค้า AIS ทั้งระบบเติมเงินและรายเดือนไว้อย่างน่าตกใจด้วยราคา 35 บาท นาน 12 เดือน แถมเพิ่มให้ใช้ฟรีอีก 1 เดือน เรียกได้ว่า เป็นข่าวใหญ่ ข่าวดังที่สร้างแรงกระเพื่อมให้วงการ Operator และ Content Streaming ไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่หลายคงมีคำถามในใจว่าทำไมล่ะ...ทำไม Disney+ Hotstar  ต้องเลือก AIS? เพราะจะว่าไปแล้วมันก็มีปัจจัยอื่นๆ ที่ทั้งสอดคล้องและย้อนแย้งไปพร้อมๆ กัน

ยกตัวอย่าง เช่น AIS เองก็มี AIS Play ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการในลักษณะเดียวกับ Disney+ Hotstar อยู่แล้ว เขาจะ แย่งลูกค้ากันหรือเปล่า หรือทำไม Disney+ Hotstar  ไม่เลือกคนในธุรกิจอื่นมาเป็นพาร์ทเนอร์ไปเลย รวมถึงเมื่อ Disney+ Hotstar  เริ่มให้บริการ แล้วโดยมี AIS เป็นคนดูแล แล้วการแข่งขันต่อไปจะเป็นอย่างไร เราจะพาไปหาคำตอบพร้อมกัน

อย่างแรกต้องบอกเลยว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นการเลือกที่ค่อนข้างฉลาด เพราะมันคือดีลธุรกิจสุดสะเทือนวงการทั้ง Operator และ Content Streaming

 

เพราะเมื่อลองมาคิดๆ ดูแล้วด้วยธรรมชาติของธุรกิจ Content Streaming ที่มีต้นทุนการซื้อคอนเทนต์ ค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ค่าพัฒนาระบบที่ค่อนข้างจะ Fixed Cost อยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีผู้ใช้งานหรือไม่ มากหรือน้อยขนาดไหนก็ตาม ถึงอย่างไร Disney+ Hotstar  ก็ต้องจ่ายเท่าเดิม จึงเป็นการดีกว่าหากจะสามารถหาลูกค้ามหาศาลในระยะเวลาอันรวดเร็ว

AIS ซึ่งเป็น Operator อันดับ 1 ของเมืองไทยที่มีผู้ใช้กว่า 43 ล้านเลขหมาย และมีลูกค้าอินเตอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง มากถึง 1.43 ล้านราย จึงเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ Disney+ Hotstar  สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่าการมีฐานลูกค้าอยู่ในมือราวๆ 60% ของจำนวนประชากรในประเทศ ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ค่าย อื่นไม่มี และไม่มีใครสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจอื่นๆ ได้อีก

ประกอบกับว่า “คลื่นสัญญาณ” เป็นหัวใจสำคัญในการดูภาพยนตร์และซีรีส์ต่างๆ หากคลื่นสัญญาณไม่สามารถ รองรับคอนเทนต์เหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบก็จะทำให้เสียอรรถรสในการรับชม

AIS ซึ่งเป็น Operator ที่มีคลื่น 5G มากที่สุดและคุณภาพสัญญาณที่ดีที่สุด จึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด สมเหตุ สมผลที่สุดของ Disney+ Hotstar  อย่างไม่มีข้อกังขา

นอกจากกเรื่องของกลุ่มเป้าหมายและคุณภาพเครือข่ายที่ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญแล้ว การร่วมมือกันในครั้งนี้ ยังเป็นการสร้างความสะดวกสบายให้กับทาง Disney+ Hotstar อย่างมากมายเลยทีเดียว เพราะ AIS สามารถลดทอน และตัดขั้นตอนความวุ่นวายต่างๆ ตลอดจน สร้างการรับรู้ สร้างยอดขาย ดึงดูดและเพิ่มจำนวนผู้ใช้ได้ด้วยความเชี่ยวชาญที่มี ตัวอย่าง เช่น

 

สร้าง Engagement ด้วยราคา ตอบโจทย์ลูกค้าเก่า เข้าใจลูกค้าใหม่     

เพราะ AIS เข้าใจดีว่าปัจจัยด้านราคามีความสำคัญกับการเลือกรับชมของผู้บริโภคชาวไทย คนไทยส่วนใหญ่ ไม่คุ้นเคยกับการต้องเสียเงินเพื่อรับชมคอนเทนต์ดีๆ เห็นได้ชัดจาก Free TV ที่ยังมีตัวเลขเม็ดเงินโฆษณากว่าครึ่งของ ตลาดรวม  ดังนั้น การจะแย่งชิงพื้นที่การรับชมภายในบ้านของผู้บริโภคจึงต้องเอาปัจจัยด้านราคาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

AIS ดึงผู้บริโภคด้วยกลยุทธ์ด้านราคา โดยการตั้งราคาค่าบริการช่วงก่อนเปิดตัวเพียง 35 บาทต่อเดือน นาน 12 รอบบิล ทั้งยังแถม ให้ลูกค้าได้ใช้ฟรี อีก 1 เดือน แต่ก็แน่นอนว่า สิทธิพิเศษนี้มีให้สำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น ในขณะที่ลูกค้าค่ายอื่น ต้องสมัครเป็น แพ็กเกจรายปีที่ออกโดยดิสนีย์ ในราคา 799 บาท/ปี เท่ากับว่างานนี้ AIS ยิง 1 ได้ถึง 3 ทั้งได้ใจลูกค้าเก่า มีโอกาสได้ลูกค้าใหม่ แถมยังเพิ่มผู้ใช้ให้ Disney+ Hotstar ไปพร้อมๆ กัน

Disney+ Hotstar ไม่จำเป็นต้องทำโฆษณาเอง

            ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านการสื่อสารของ AIS ทั้งในเรื่องการใช้พรีเซ็นเตอร์ การเลือกใช้สื่อต่างๆ ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์  การใช้ Paid, Earn, Own Media อย่างเชี่ยวชาญ แบบที่เรียกว่าคนทั่วไปเห็น AIS อยู่ในทุกที่ของการใช้ชีวิต นั่นแสดงให้เห็นว่า AIS เชี่ยวชาญในการใช้สื่อมากขนาดไหน

            อย่างในช่วงแรกของการเปิดตัว AIS ได้วางแผนการสื่อสารไว้อย่างครอบคลุม จนทำให้วันแรกของการแถลงเปิดตัว ให้บริการ Disney+ Hotstar แทบจะทุกพื้นที่สื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ กลายเป็น Disney+ Hotstar และ AIS กันไปหมด

แน่นอนว่า ความน่าสนใจหลังจากนั้นคือทั้ง Influencer และ KOL ต่างก็หยิบเอาดีลครั้งนี้ไปสร้างคอนเทนต์ จนเป็นกระแส ทั้งยังมีการนำพรีเซ็นเตอร์มาช่วยโปรโมทผ่านการเล่าถึงคอนเทนต์ที่ชื่นชอบอย่างต่อเนื่อง ทำให้การมาของ Disney+ Hotstar ถูกรับรู้ในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

Disney+ Hotstar มีช่องทางช่วยเก็บค่าบริการรายเดือนง่ายๆ ทันที

เพราะ AIS มีระบบการชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น My AIS รวมถึงรองรับรูปแบบการชำระเงินทุกรูปแบบอยู่แล้ว ทำให้ Disney+ Hotstar  ไม่ต้องวุ่นวายกับการเก็บค่าบริการรายเดือน และอาจรวมไปถึงจำเป็นไม่ต้องดูแลลูกค้าเองด้วย ซึ่งถ้าหาก ย้อนกลับไปดูก็จะพบว่า AIS เป็นพาร์ทเนอร์ และช่วยดูแลลูกค้า ตลอดจนเป็นช่องทางจ่ายค่าบริการของผู้ให้บริการสตรีมมิ่งมาแล้วหลายราย นับเป็นเครื่องยืนยันว่าระบบการสมัคร การชำระเงิน รวมถึงการรับชมบนเครือข่ายของ AIS มีประสิทธิภาพมากพอ

การเลือก AIS มาเป็นพาร์ทเนอร์ในเมืองไทยจึงทำให้ Disney+ Hotstar สามารถเติบโตในเมืองไทยและมีผู้ใช้เพิ่มขึ้น อย่างก้าวกระโดดโดยที่ทาง Disney ไม่ต้องลงแรงอะไรมากในช่วงเริ่มต้น

แล้วหากถามว่า ทำไม AIS ต้องทำมาธุรกิจที่ทับไลน์และไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองด้วยล่ะ?

ก็ต้องตอบว่า ในตลาด OTT หรือธุรกิจ Streaming เมืองไทย ถือว่าเป็นตลาดใหม่ที่ยังมีการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่ “คอนเทนต์” ที่จะมาเป็น Magnet สำคัญในการดึงผู้ชมเข้าสู่แพลตฟอร์มของตัวเอง

ด้วยจำนวนภาพยนตร์กว่า 700 เรื่อง และซีรีส์กว่า 14,000 เรื่อง บวกเข้ากับการที่ Disney+ Hotstar  มียอดผู้ใช้ทะลุ 73.7 ล้านรายภายใน 1 ปี และเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดอีก 100 ล้านรายภายใน 4 เดือน ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า Disney คือ Market Player ที่มีแฟนคลับทั่วโลก และจะกลายมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาด Content Streaming

การจับมือกับ Disney+ Hotstar ในครั้งนี้ ด้วยอัตราค่าบริการถูกขนาดนี้จะช่วยลดเปอร์เซ็นต์ที่ลูกค้าเก่าจะ เปลี่ยนค่ายออกไป และน่าจะทำให้กลุ่มคนที่ต้องการดู Disney+ Hotstar  ย้ายเข้ามาหา AIS มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นธุรกิจ VDO Content ที่ AIS ก็มองเห็นทิศทางและโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ช่วงแรกๆ อยู่แล้ว

ในส่วนที่หลายคนมองว่า Disney+ Hotstar จะเข้ามาทับซ้อน AIS PLAY ธุรกิจ VDO Content เดิมที่ AIS มีอยู่แล้วหรือไม่นั้น หากเราลองสังเกตดีๆ จะพบว่า ทั้ง 2 แพลตฟอร์มมีคอนเทนต์ที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันซึ่งน่าจะไม่ทับซ้อนหรือแย่งลูกค้ากันเองอย่างแน่นอน

นับว่าเป็นดีลธุรกิจที่ใช้ความแข็งแกร่งร่วมกันแล้วได้ประโยชน์ด้วย 2 ฝ่าย เป็นดีลมหาโหดที่สร้างแรงกระเพื่อม ให้กับทั้ง 2 อุตสาหกรรม ขนาดที่เรียกได้ว่าคู่แข่งต้องมีขนลุกกันบ้างแหละ

และนี่ก็คือทั้งหมดของคำตอบว่าทำไม “Disney+ Hotstar ต้องเลือก AIS มาเป็น Exclusive Telecom Operator เพียงรายเดียวเท่านั้น”

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เร่งเครื่อง Retailtainment เต็มรูปแบบ ผสาน Entertainment Marketing กับ Fandom Economy พลิกโฉมศูนย์การค้าสู่พื้นที่สร้างประสบการณ์

5 Insight สำคัญที่ต้องรู้ ถ้าอยากชนะใจแฟนคลับและเติบโตไปพร้อมกับ T-POP โอกาสที่แบรนด์ต้องรีบกระโดดเข้าใส่

รู้จัก L&E Beyond แบรนด์ที่ตั้งใจพาโปรดักชันไทยไปสู่เวทีโลก

“โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง”ก้าวสู่ปีที่ 27 พร้อมเดินหน้าเป็น Entertainment Lifestyle Destination

จากโรงหนัง สู่บ้านผีสิง M STUDIO x ช่อง 3 ยกระดับ “ธี่หยด” สู่อีกขั้นของ Global Entertainment Experience

ภาษี Trump ถล่มเละอุตสาหกรรมของเล่น ค่าย Mattel, Hasbro ฯลฯ เร่งย้ายฐานจากจีน

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact