เทรนด์ดังกล่าวนี้ TWE เรียกว่า In Home Occasions ซึ่งมีองค์ประกอบง่ายๆ 3 ส่วน คือ
1. เป็นการดื่มเพื่อผ่อนคลาย หรือเป็นการให้รางวัลกับตัวเองเล็กๆ ที่บ้าน
2. การกินอาหารอย่างไม่เป็นทางการมากนัก
3. เป็นการรับประทานอาหารแบบสังสรรค์กับกลุ่มคนที่มีความสนิทสนมเล็กๆในบ้าน ไม่ใช่การจัดงานปาร์ตี้ขนาดใหญ่
การให้ความรู้กับผู้บริโภคที่ทำมาอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้ในปี 2563 Penfolds เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นถึง 20% และมีการซื้อซ้ำมากขึ้นถึง 60% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562
ตลาดไวน์ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณมูลค่า 300 ล้านเหรียญ หรือเกือบ 9,600 ล้านบาท มีการบริโภคต่อปีประมาณ 1,032,000 ลิตร และมีราคาขายเฉลี่ยต่อขวดประมาณ 24 เหรียญ (750 ml.) โดยแบ่งเซ็กเม้นต์เป็นกลุ่มไวน์พรีเมียม 22% ไวน์มาตรฐาน 65% และไวน์ราคาประหยัด 13%
อ้างอิงจาก IWRS การแบ่งหมวดหมู่ของไวน์ สามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มตามระดับราคา คือ
1. Value Wines (ไวน์ราคาประหยัด) – ไวน์ที่ราคาขายต่อขวด (750 ml.) ต่ำกว่า 450 บาท
2. Standard Wines (ไวน์มาตรฐาน) – ไวน์ที่ราคาขายต่อขวด (750 ml.) อยู่ระหว่าง 450 – 775 บาท
3. Premium (ไวน์พรีเมียม) – ไวน์ที่ราคาขายต่อขวด (750 ml.) อยู่ระหว่าง 775 – 1,199 บาท
4. Super Premium and Above (ไวน์ซูเปอร์พรีเมียม) – ไวน์ที่ราคาขายต่อขวด (750 ml.) เกิน 1,200 บาทขึ้นไป