เมื่อไม่นานมานี้ มาสเตอร์การ์ด ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกจากดัชนีผลสำรวจวิธีการชำระเงินวิถีใหม่ต่อ พฤติกรรมและทัศนคติของผู้บริโภคด้านการใช้จ่ายทั้งไทยและทั่วโลก และพบว่า มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย และรูปแบบการชำระเงินของผู้คนในแถบเอเชียแปซิฟิก อันเป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งได้กระตุ้นให้เกิดวิธีการชำระเงินที่หลากหลายรูปแบบมากขึ้น
โดยเฉพาะในประเทศไทย มีข้อมูลระบุว่า 96% ของคนไทยจะเลือกใช้วิธีการชำระเงินรูปแบบใหม่ อย่างน้อย 1 วิธี เช่น คิวอาร์โค้ด ดิจิทัลวอลเล็ท การผ่อนชำระ สกุลเงินคริปโต เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ เป็นต้น
ยังมีการอ้างอิงดัชนีผลสำรวจวิธีการชำระเงินวิถีใหม่ของมาสเตอร์การ์ด (Mastercard New Payments Index) ที่ได้ทำการสำรวจข้อมูลจากประชากรใน 18 ประเทศทั่วโลก พบว่า 93% ของผู้บริโภคชาวไทยมีช่องทางการชำระเงินมาก ขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 84%
มิลเลนเนียนเชื่อมโยงดิจิทัล
ผลสำรวจในครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่า กลุ่มมิลเลนเนียลชาวไทยเป็นกลุ่มที่เปิดรับการชำระเงินรูปแบบใหม่มาก ที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับผู้บริโภคประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียแปซิฟิก ด้วยเพราะกลุ่มประชากรวัยรุ่นมีการเชื่อมโยงกัน ในรูปแบบดิจิทัล มาสเตอร์การ์ดจึงคาดการณ์ว่า แนวโน้มการปรับใช้การชำระเงินแบบดิจิทัลในประเทศไทยจะเกิดการ ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตลาดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ไอลีน ชูว ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมา มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและพฤติกรรมของผู้คนในทุกมุมโลก ในช่วงเวลานี้จึงเห็นผู้คนจำนวนมากขึ้นชำระเงินด้วยดิจิทัล เพย์เม้นต์สำหรับการดำรงชีวิตประจำวันมากขึ้นกว่าที่เคย ตั้งแต่การซื้อสินค้ามูลค่าต่ำไปจนถึงการผ่อนชำระ
“การแพร่ระบาดได้กลายเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้คนลองชำระเงินด้วยวิธีการใหม่ๆ แนวคิดของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยน ให้ตนเองเลือกใช้วิธี “ดิจิทัลเป็นอย่างแรก” กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และถาวร การเปลี่ยนแปลงทางความคิดดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคเต็มใจที่จะชำระเงินด้วยวิธีการใหม่ๆ โดยเฉพาะรูปแบบดิจิทัล
ในตอนนี้ประเทศไทยได้กลายเป็นผู้นำของโลกในการนำเทคโนโลยีการชำระเงินใหม่ๆ มาใช้ โดยผู้บริโภค ชาวไทย 96% วางแผนที่จะเลือกใช้วิธีการชำระเงินรูปแบบใหม่อย่างน้อย 1 วิธีในปีหน้า เช่น คิวอาร์โค้ด กระเป๋าเงิน อิเล็กทรอนิกส์ การผ่อนชำระ คริปโตเคอร์เรนซีเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ ฯลฯ แซงหน้าจำนวนของผู้บริโภคในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิกที่ 94% และทั่วโลกที่ 93%”
ขณะเดียวกัน การใช้จ่ายด้วยบัตรคอนแทคเลส และแบบไร้สัมผัสกำลังโตขึ้นในทุกหมวดหมู่ เมื่อทั่วโลกทำการ ล็อกดาวน์ในปี 2563 ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้จ่ายอย่างรวดเร็วโดยหันไปใช้บัตรคอนแทคเลส และเลือกซื้อ ของออนไลน์โดยเฉพาะสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน
ยกตัวอย่าง ผู้บริโภคชาวไทยที่มีการใช้จ่ายแบบไร้สัมผัสมากขึ้นกว่าในปีก่อนหน้าในหลายหมวดหมู่ เช่น ของชำ (84%) อาหารสำเร็จรูป(86%) ขนส่งสาธารณะ(72%) ฯลฯ ซึ่งตัวเลขการเติบโตเหล่านี้ตรงกับแนวโน้มการเติบโตในภูมิ ภาคเอเชียแปซิฟิก และทั่วโลกและเกือบ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทยมีการซื้อสินค้าในหมวดหมู่ข้างต้นอย่างน้อย 1 หมวด หมู่ผ่านช่องทางออนไลน์บ่อยขึ้นกว่าในปีก่อนหน้า (หมวดหมู่ทั้งหมด ได้แก่ ของชำ อาหารสำเร็จรูป ค้าปลีก บันเทิง เภสัชกรรม บริการ ขนส่งสาธารณะ และท่องเที่ยว)
“คิวอาร์โค้ดถูกมองว่าเป็นวิธีที่สะอาดและสะดวกกว่าเงินสด ผู้ทำแบบสำรวจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ มองว่าวิธีการชำระเงินแบบใหม่อย่างคิวอาร์โค้ดสะอาดกว่า (76%) และสะดวกกว่า (71%) เงินสดสำหรับการใช้จ่ายตาม ร้านค้าเพราะผู้บริโภคใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเอง”
ในขณะเดียวกันชาวไทยมองว่า วิธีการชำระเงินแบบใหม่อย่างคิวอาร์โค้ดสะอาดกว่า (83%) และสะดวกกว่า (87%) สำหรับการใช้จ่ายตามร้านค้า แม้เทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ด้วยเป็นวิธีการชำระเงินที่ผสมผสาน ระหว่างการใช้งานสมาร์ทโฟนที่มีปริมาณผู้ใช้สูง และการแพร่ระบาด จึงผลักดันให้เกิดการใช้คิวอาร์โค้ดอย่างแพร่หลาย
ในมุมของผู้บริโภคมีความคาดหวังที่สูงขึ้นสำหรับตัวเลือก และความยืดหยุ่นในการชำระเงิน ผู้บริโภคชาวไทย เกือบ 90% คาดหวังที่จะสามารถซื้อสินค้าได้ทุกช่วงเวลาด้วยวิธีที่ต้องการ เปรียบเทียบกับผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกซึ่งอยู่ที่ 85%
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมี “ความคาดหวังให้มีหลากหลายช่องทาง” มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 80% ของผู้บริโภค ชาวไทยและ 73% ของผู้บริโภคทั่วโลกกล่าวว่า พวกเขาจะเลือกซื้อสินค้าหรือภักดีต่อร้านค้าปลีกที่มีช่องทางการชำระเงิน ที่หลากหลาย ในขณะเดียวกัน 86% ของผู้บริโภคชาวไทยเลือกที่จะซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีทั้งหน้าร้าน และร้านออนไลน์ เมื่อเทียบกับผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งอยู่ที่ 80% และผู้บริโภคทั่วโลกที่ 79%
“ความกังวลด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนไทยเมื่อต้องลองชำระเงินด้วยวิธีใหม่ ผลกระทบ ของการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือการเพิ่มขึ้นของการฉ้อโกงโดยที่อาชญากรใช้ประโยชน์จากความวิตกกังวล และ ความไม่แน่นอนของผู้คนได้อย่างรวดเร็ว”
โดย 88% ของผู้บริโภคชาวไทยระบุว่าพวกเขาจะลองใช้เทคโนโลยีการชำระเงินใหม่ๆ หากเห็นว่าปลอดภัย เมื่อ เทียบกับ 79% ทั่วโลก ในขณะที่ 90% ต้องการให้แน่ใจว่าช่องทางการชำระเงินที่ร้านค้าให้บริการนั้นมีความปลอดภัย เมื่อเทียบกับ 85% ทั่วโลก