Uber วางแผนที่จะซื้อรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองจำนวน 24,000 คันจาก Volvo ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งการเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจของบริษัทสหรัฐรายนี้ จากการเป็นแอปที่ใช้ในการเรียกแท็กซี่ ไปสู่การเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการกองทัพรถยนต์ (A Fleet of Cars) ของตนเอง
รูปแบบในการทำข้อตกลงเป็นข้อตกลงที่ไม่ผูกพันจะนำเสนอ Uber ที่สำนักงานใหญ่ในซานฟรานซิสโก นี่เป็นวิธีที่ ส่วนแผนกขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Uber จะเอาชนะในการแข่งขันของบริษัทต่างๆใน Silicon Valley เพื่อสร้างระบบรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองที่สมบูรณ์แบบ
การรวมรถยนต์ของ Volvo เข้ากับระบบรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองของ Uber สร้างขึ้นจากความสัมพันธ์เกือบสามปีของพวกเขา และมาพร้อมกับหน่วยงานพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Uber ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาในเรื่อง คดีความในเรื่องความลับทางการค้า และ เรื่องการลาออกของผู้บริหารระดับสูง
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ คือ Volvo และ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจรถยนต์ร่วมโดยสาร คือ Uber และ Tech Startups ได้จับมือเป็นพันธมิตรกันในเรื่องความพยายามพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง และคาดหวังว่าจะสร้างธุรกิจที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
บริษัทรถยนต์ Geely แห่งจีนซึ่งเป็นเจ้าของ Volvo กล่าวว่า จะขายรถ Volvo SUVs รุ่น XC90 ซึ่งเป็นรุ่นเรือธงของ Volvo ที่มีเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติให้กับ Uber ตั้งแต่ปี 2019 ถึง 2021 นี่เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ไม่ผูกขาด
"มันครอบคลุมจำนวนรถมากถึง 24,000 คัน" โฆษกของ Volvo กล่าว
สำหรับระบบขับเคลื่อนตัวเองที่จะใช้ในรถ Volvo อยู่ภายใต้การพัฒนาโดย Uber's Advanced Technologies Group
หาก Uber ซื้อรถยนต์ทั้งหมด 24,000 คัน ก็จะเป็นคำสั่งซื้อที่ใหญ่ที่สุดของ Volvo และเป็นยอดขายที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมรถยนต์อัตโนมัติขับเคลื่อนตัวเอง และทำให้ Uber เป็นรายแรกที่มีกองทัพรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองเชิงพาณิชย์
Uber ได้ทดสอบรถยนต์ Volvo ขับเคลื่อนตัวเองต้นแบบ มานานกว่าหนึ่งปีโดยมีคนดูแลความปลอดภัยนั่งด้านหน้าในที่นั่งคนขับรถ เพื่อเข้ามาแทรกแซงควบคุมรถทันทีหากระบบขับเคลื่อนตัวเองของรถยนต์ล้มเหลว การทดสอบทำในเมืองในเทมเป้ รัฐแอริโซนา และพิตส์เบิร์ก
Lyft คู่แข่งของ Uber ได้ทำข้อตกลงร่วมกันในการเป็นพันธมิตรวิจัยกับหน่วยงาน Waymo ของ Alphabet Inc.(Google) และมีข้อตกลงกับ Ford Motor Co. และ ธุรกิจ Starups คือ Nutonomy และ Drive.ai เพื่อที่จะร่วมกันพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง สำหรับกองทัพรถยนต์ (Cars Fleet) ของตน (คือ Lyft)
ข้อตกลงของ Volvo กับ Uber และ Ford กับ Lyft แสดงถึงแรงกดดันต่อผู้ผลิตรถยนต์ให้เข้าสู่ตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการล่มสลาย ในโลกที่รถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และในโลกที่บริษัทผู้ให้บริการระบบรถยนต์ร่วมโดยสาร (ที่เป็นธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลกเช่นกัน) กำลังต้องการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง เพื่อตัดค่าใช้จ่ายในเรื่องคนขับ และสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้น