การบริการขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ หรือ Cold Chain Logistics มีบทบาทสำคัญอย่างมากกับสินค้าเกษตร เนื่องด้วยมีเงื่อนไขการขนส่ง ดังนี้ คือ 1. สินค้าต้องถูกขนส่งให้ถึงมือผู้บริโภคภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อลดความเสียหายจากการขนส่ง 2. หีบห่อที่เหมาะสมในการขนส่ง เนื่องจากมีผลต่อคุณภาพสินค้า ช่วยลดความสูญเสียและการระเหยของน้ำ รวมทั้งลดอัตราการเน่าเสียได้อย่างมาก 3. การบริหารการกระจายสินค้าที่เหมาะสม มีส่วนช่วยให้ความเสียหายของสินค้าลดลง แต่ทว่าที่ผ่านมา กลับพบตัวเลขประมาณการณ์การขนส่งแบบการควบคุมอุณหภูมิอยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับการขนส่งแบบปกติในประเทศ เนื่องจากการใช้รถขนส่งแบบการควบคุมอุณหภูมิ หรือ รถห้องเย็นนั้นยังมีจำนวนน้อย เพราะต้นทุนสูงกว่าการขนส่งปกติ ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทางที่สูงกว่าจากระบบการควบคุมอุณหภูมิและการซ่อมบำรุง
“แม้ตัวเลขจำนวนการขนส่งแบบการควบคุมอุณหภูมิของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ด้วยวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาทวีความรุนแรงขึ้น รวมไปถึงไม่สามารถส่งสินค้าเข้าไปในพื้นที่ควบคุมสีแดงเข้มที่จำกัดการเดินทางเข้า-ออก ทำให้ธุรกิจขนส่งต้องเผชิญกับปัญหาการขนส่งพัสดุล่าช้า จนมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในแบรนด์ของผู้ให้บริการ คลังสินค้าและศูนย์กระจายพัสดุมีจำนวนพัสดุตกค้าง ไม่สามารถนำส่งถึงมือลูกค้าได้ ก่อให้เกิดปัญหาในระบบการขนส่งอย่างมาก โดยเฉพาะกับการขนส่งของสด” วรินทร กล่าวย้ำ
จากกรณีปัญหาดังกล่าว ปัจจุบันกลุ่มผู้ให้บริการขนส่งรายใหญ่หลายรายเริ่มปรับตัว โดยเพิ่มการลงทุนในการใช้รถห้องเย็นเพื่อเพิ่มการบริการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่สินค้าประเภทอาหารหรือสินค้าเกษตรเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ขนส่งสินค้าประเภทยาและเวชภัณฑ์ได้อีกด้วย โดยการใช้เทคโนโลยีในการจัดการระบบ Cold Chain Logistics เช่น ระบบให้ความเย็นแบบประหยัดพลังงาน การใช้ระบบติดตามการขนส่ง และระบบการตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่ต้นทางจนถึงการส่งมอบสินค้า จึงสามารถตรวจ ติดตาม และประเมินคุณภาพสินค้าได้ตลอดระยะเวลาการขนส่ง ช่วยลดความเสียหายของสินค้า ในขณะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งได้เป็นอย่างมาก