ยุคแห่งการทำงาน เรียน และท่องโลกความบันเทิงแบบ Multi-tasking ร่วมเปิดโลก Ecosystem ของแต่ละแบรนด์
สุดท้ายที่ลืมไม่ได้เด็ดขาดเวลาจะหาแล็ปท็อปที่ราคาดี คือเทคโนโลยีหรือฟีเจอร์เฉพาะที่แอบซ่อนอยู่ของแต่ละแบรนด์ โดยเราต้องสังเกตลักษณะการใช้งานของตัวเองก่อน อย่างถ้าใช้เรียนออนไลน์เป็นหลัก แต่ละคลาสที่เข้าเรียนทั้งต้องตั้งใจฟัง ดูเอกสารประกอบเนื้อหา จดบันทึก หาข้อมูลเพิ่มเติม และปรึกษาเพื่อนในชั้นส่วนตัว มีหลากหลายอย่างที่ต้องทำในเวลาเดียวกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น
ลองดูว่าแล็ปท็อปแต่ละแบรนด์ที่เล็งไว้ มีฟีเจอร์ล้ำๆ ที่ช่วยทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้พร้อมกันอย่างราบรื่นหรือไม่ เพราะในโลกยุคนี้ที่คนเราทำงานหรือเรียนออนไลน์เป็นหลักนั้น นับเป็นยุคแห่งการทำอะไรแบบ multi-tasking จริงๆ ซึ่งอย่างหัวเว่ยก็จะมีฟีเจอร์ Multi-screen Collaboration ที่เป็นการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน EMUI 11.0 และ PC Manager 11.0 ขึ้นไป แค่แตะสมาร์ทโฟนลงบนแล็ปท็อป ก็จะสามารถแคสหน้าจอสมาร์ทโฟนให้ไปแสดงบนจอแล็ปท็อปได้ทันที และสามารถควบคุมด้วยเม้าส์และคีย์บอร์ดได้ง่ายๆ รวมถึงส่งไฟล์ต่างๆ ระหว่างดีไวซ์ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ยังไม่พอ เพราะเทคโนโลยีล่าสุด HUAWEI Share 3.0 จะช่วยเพิ่มความ Multi-tasking ให้เต็มแม็กซ์ขึ้นไปอีก โดยสามารถเปิด 3 แอปฯ 3 หน้าจอได้พร้อมกัน เท่ากับว่าจะเปิดแอปฯ เรียนออนไลน์บนโทรศัพท์ หาข้อมูลเพิ่มเติมจากแอปฯ ข่าวสาร หรือโซเชียล และยังดึงแอปฯ แชทขึ้นมาปรึกษาเพื่อนได้อีก 3 จอพร้อมกันทีเดียว และอย่าลืมว่าพอใช้งานหน้าจอสมาร์ทโฟนผ่านแล็ปท็อป ก็ยังสามารถเปิดโปรแกรมจดโน้ตบนแล็ปท็อป แคปฯ ภาพจากสไลด์อาจารย์มาแปะ แล้วก็อปข้อความและไฟล์จากหน้าจอแล็ปท็อปไปแชร์เพื่อนในแอปฯ แชทได้ทันทีอีกด้วย เรียกได้ว่าสามารถใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ทั้งสองร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
Bonus: เกร็ดเล็กๆ ที่เทคโนโลยีจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ
แลปท็อปเดี๋ยวนี้มักใส่ลูกเล่นเล็กๆ ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ชีวิตของเราง่ายขึ้นอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบให้ปุ่มเปิดเครื่องทำหน้าที่เป็นจุดสแกนลายนิ้วมือที่เดียวกันไปเลย เพื่อล็อกอินเข้าใช้งานแทนการใส่พาสเวิร์ด หรือการซ่อนกล้องไว้ที่ปุ่มคีย์บอร์ดซึ่งนอกจากจะได้ความปลอดภัยแล้วยังลดพื้นที่จากการที่กล้องอยู่บนขอบจอได้พร้อมๆ กัน ทำให้ได้ขอบจอหรือ Bezel ที่บางเฉียบขึ้นอีกระดับ รวมถึงอีกประเด็นสำคัญคือพอร์ตชาร์จแบตเตอรี่ ถ้าแล็ปท็อปใช้พอร์ต USB-C เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ดีไวซ์อื่นๆ ที่เราใช้อยู่ก่อนแล้วก็ยิ่งลงตัว พกสายชาร์จเพียงอันเดียวก็หมดห่วง
จุดนี้ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความใส่ใจในการออกแบบและการคำนึงถึงประสบการณ์การใช้งานอย่างแท้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้ มาพร้อมแล้วใน HUAWEI MateBook D 15 ที่สามารถล็อกอินเข้าเครื่องผ่าน Fingerprint Power Button ได้ มีกล้องสำหรับประชุมงานเป็นแบบ recessed camera ที่ซ่อนอยู่ในปุ่มบนคีย์บอร์ด เก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน และยังใช้สายชาร์จ USB-C น้ำหนักเพียง 160 กรัม รองรับการชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge™ 65W ชาร์จเพียง 15 นาทีก็ใช้ต่อได้อีก 2 ชั่วโมง ทั้งยังชาร์จสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ ได้ด้วยสายเดียวกันนี้