สำหรับปี 2563 นั้น กลุ่มบริษัทฮัทชิสันพอร์ทประเทศไทย (HPT) รองรับการขนส่งตู้สินค้าได้มากกว่า 3 ล้าน TEU โดยคิดเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ของส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดของประเทศไทย บริษัทฯ มีการจ้างงานมากกว่า 1,300 ตำแหน่ง มีการใช้งานปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าจำนวน 23 คัน ในท่าเทียบเรือต่าง ๆ ของบริษัทHPT เป็นผู้ประกอบการด้านท่าเทียบเรือขนถ่ายตู้สินค้าที่ใหญ่ที่สุดในท่าเรือแหลมฉบัง และวางแผนที่จะขยายศักยภาพการดำเนินงานของท่าเทียบเรือต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายประมาณ 6.75 ล้าน TEUภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้
อนึ่ง ท่าเรือแหลมฉบัง ถือว่าเป็นท่าเรือหลักของประเทศไทย และยังเป็นประตูของการนำเข้า-ส่งออกของประเทศ ในปี 2563 ท่าเรือแหลมฉบังมีตู้สินค้าผ่านท่าถึง 7.6 ล้าน TEU จากปริมาณตู้สินค้าทั้งหมดของประเทศไทย 10.5 ล้าน TEU และถือเป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 20 ของโลก และอันดับที่ 4 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เรือขนส่งตู้สินค้ามากกว่า 500 ลำ เลือกใช้บริการจาก HPT ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นเรือขนส่งตู้สินค้าที่มีขนาดใหญ่พิเศษ (Ultra Large Container Vessel) มีระวางบรรทุกตู้สินค้ามากกว่า 12,500TEUและในปีเดียวกันนี้HPT ได้ทำการขนถ่ายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินให้กับโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และขนถ่ายรถไฟฟ้าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้กับโครงการรถไฟฟ้า BTS สายสีทอง รวมถึงการสนับสนุนการขนถ่ายชิ้นส่วนก่อสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมันลงบนเรือขนส่งสินค้าแบบพิเศษด้วย
ปัจจุบัน ท่าเทียบเรือชุด D(Terminal D) ของ ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย รองรับการให้บริการด้วยปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งบริษัทฯ มุ่งมั่นในการทำธุรกิจเพื่อก้าวสู่การเป็นหนึ่งในท่าเทียบเรือตู้สินค้าแนวหน้าของโลก ที่ปฏิบัติงานด้วยปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าและปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยางซึ่งควบคุมการปฎิบัติงานจากระยะไกลพร้อมเทคโนโลยีอัตโนมัติอันทันสมัย โดยภายในปี 2565 จะมีปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าเข้าประจำการที่ท่าเทียบเรือแห่งนี้อีก4 คันเพื่อเป็นการเสริมความมั่นใจได้ว่า HPT จะเป็นผู้ดำเนินกิจการท่าเทียบเรือที่สามารถรองรับเรือขนส่งตู้สินค้าที่มีขนาดใหญ่มากกว่า ULCV ได้
[1]ที่มา: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
[2]หน่วยนับสินค้าที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งมีขนาความยาว 20 ฟุต