ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19สภากาชาดไทยได้รับผลกระทบหลายด้านเช่นกัน เช่น บริการทางการแพทย์ บุคลากรและอุปกรณ์ไม่เพียงพอ กับผู้ป่วยที่ต้องการรักษาและมีแนวโน้มสูงขึ้น เกิดภาวะวิกฤตประชาชนไม่มั่นใจที่จะมาบริจาคโลหิต รวมถึงการหารายได้เข้ามูลนิธิไม่เป็นไปตามแผน เพราะกำลังการบริจาคของประชาชนลดลง
“การมีเคทีซีเป็นพันธมิตรเผยแพร่ข่าวสารและจัดแคมเปญเป็นการขยายโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงการแบ่งปันและการช่วยเหลืออย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์เร่งด่วนขณะนี้คือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ”
จุฑารัตน์ วิบูลสมัย ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาแหล่งทุน มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม กล่าวว่า มูลนิธิเป็นองค์กรการกุศลทางการแพทย์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีภารกิจหลักในการช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ รวมถึงแผลจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ฯลฯ โดยจะออกหน่วย 4 ครั้งต่อปี ใน 4 จังหวัด ครั้งหนึ่งประมาณ 7 วัน ผ่าตัดเฉลี่ย 80 - 100 คน
“ช่วงโควิดออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ต่างจังหวัดไม่ได้ แต่มูลนิธิฯ ยังมีโครงการผ่าตัดแบบต่อเนื่องให้งบสนับสนุนโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ ที่มีศัลยแพทย์ จึงยังคงผ่าตัดได้ ซึ่งการรักษาเด็ก บางคนต้องผ่าตัดมากกว่า 1 ครั้ง”
นอกจากนั้น มูลนิธิฯ ยังมีโครงการ “Smile Box” กล่องแห่งรอยยิ้ม บรรจุผ้าอ้อมเด็ก นมผง หน้ากากอนามัย อุปกรณ์การเรียน แผ่นพับที่ให้ความรู้ในการดูแลเด็ก และขวดนมที่มีลักษณะยาวพิเศษสำหรับเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ เพื่อส่งให้กับผู้ป่วยเด็กที่เคยผ่าตัดไปแล้ว กับผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการผ่าตัด
อรุณี อัชชะกุลวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการแผนกส่งเสริมความร่วมมือภาคเอกชน สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)กล่าวว่า UNHCR ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ซึ่งตอนนี้มีถึง 82.4 ล้านคนทั่วโลก ปัจจุบันทำงานใน 135 ประเทศ และร่วมงานกับไทย 46 ปีขณะที่โควิด-19ทำให้เห็นแล้วว่าไวรัสไม่ได้แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา หรือกลุ่มคน กลุ่มผู้ลี้ภัยก็มีการแพร่ระบาดของไวรัสเช่นกัน และอยู่ในความเสี่ยงสูงมากจากข้อจำกัดต่างๆ
“ความช่วยเหลือจากทุกๆ ฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับ UNHCR มีผู้บริจาคที่มีคุณภาพผ่านบัตรเครดิตแบบต่อเนื่องค่อนข้างมาก ซึ่งช่วยให้เรามีงบประมาณช่วยผู้ลี้ภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเรามุ่งเน้นช่วยกลุ่มที่เปราะบางคือ ผู้หญิงและเด็ก ช่องทางการบริจาคผ่านบัตรเครดิตเคทีซีเป็นวิธีที่ง่าย แต่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน”
ทั้งนี้ข้อมูลจากเคทีซีระบุว่าปี 2563ซึ่งมีการแพร่ระบาดของ Covid-19 ยอดบริจาคอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านคะแนน ยอดเงินรวม 300 ล้านบาทส่วนใหญ่กว่า 57% มอบแก่โรงพยาบาล เพื่อช่วยบุคคลากร รวมถึงจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยการบริจาคทั้งหมดผู้บริจาคเลือกมูลนิธิหรือโครงการที่ต้องการเอง