ปฐมบทของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นเกิดจากการที่โค้กสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับเป๊ปซี่จำนวนมากในปี 1985 และจากการทำวิจับแบบ Blind Test พบว่าคนอเมริกันชอบรสชาติที่หวานกว่าของเป๊ปซี่ จึงเป็นที่มาของการส่ง New Coke เข้าตลาด ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์ของโค้ก
โค้กเก็บสินค้าตัวเดิมคือ คลาสสิค โค้ก ออกจากตลาด พร้อมกับส่งสินค้าตัวใหม่คือ New Coke เข้าตลาด แทนที่จะทำออกมาในรูปแบบของการเป็นแค่เพียง 1 รสชาติของโค้ก ซึ่งถูกต่อต้านจากคนที่รักโค้กสูตรดั้งเดิมที่คุ้นชินและดื่มมานาน จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ลามไปทั่วตลาดอย่างรวดเร็ว
ที่แสบกว่านั้นก็คือ คู่แข่งอย่างเป๊ปซี่ ไม่ยอมทิ้งโอกาสที่จะขยี้ซ้ำ ด้วยการออกโฆษณาที่เป็นจดหมายของซีอีโอ คือรอเจอร์ เอนริโก เต็มหน้าหนังสือพิมพ์รายวันชื่อดังหลายฉบับ อาทิ นิวยอร์กไทม์ ซึ่งเนื้อหาของจดหมายจะเป็นการบอกกับพนักงานของเป๊ปซี่ให้หยุดงานได้ 1 วัน ในทันทีที่โค้กเก็บโค้ก ตัวเดิมออกจากชั้นวางสินค้า เพราะเป๊ปซี่ได้ชัยชนะเหนือโค้กแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโฆษณาทางทีวีที่ใช้เวลาถ่ายทำแค่ 24 ชั่วโมง ซึ่งเนื้อหาเป็นการพูดถึงทำไมถึงต้องออก New Coke ซึ่งสื่อสารให้เข้าใจง่ายๆ ว่า หลังจากที่พรีเซ็นเตอร์ดื่มเป๊ปซี่แล้ว ถึงเข้าใจว่าสาเหตุที่ออกเพราะรสชาติที่ดีกว่าของเป๊ปซี่นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม หลังจากวางตลาด New Coke 3 เดือน โค้กก็นำโค้กสูตรเดิมกลับเข้ามาในตลาดอีกครั้ง โดยเปลี่ยนชื่อเป็น "Coca-Cola Classic" ซึ่งส่งผลให้มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก สิ่งนี้นำไปสู่การคาดเดาว่าสูตรโค้กใหม่เป็นกลอุบายทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายโคคา-โคลาดั้งเดิมซึ่งบริษัทปฏิเสธ ซึ่งในครั้งนั้น เป็นกรณีศึกษาให้ต้องคำนึงถึงการออกสินค้าใหม่มาแทนที่สินค้าเดิมว่าต้องคำนึงถึงความรู้สึกและพลังความรักของแฟนคลับด้วย