ในช่วงสัปดาห์นี้ วันเดอร์แมน ธอมสัน อินเทลลิเจนซ์ (Wunderman Thompson Intelligence) ได้เผยแพร่รายงานชื่อ ‘อินทู เดอะ เมทาเวิร์ส(Into the Metaverse)’ซึ่งเป็นรายงานที่ครอบคลุมทุกสิ่งที่เจ้าของแบรนด์และเอเยนซี่ของพวกเขาจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับกระบวนทัศน์ใหม่นี้ไล่เรียงตั้งแต่ Metaverse คืออะไรไปจนถึงความสำคัญที่จะมีต่อแบรนด์
Metaverse เป็นคำที่เริ่มมีการใช้เป็นครั้งแรกในนวนิยายเรื่อง Snow Crash ของ นีล สตีเฟนสัน (Neal Stephenson) ซึ่งเริ่มเผยแพร่เมื่อปีค.ศ.1992 และความสนใจในเรื่อง Metaverse ก็ได้พุ่งทะยานขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
มาตรการล็อคดาวน์ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องปฏิบัติภารกิจหลายๆ อย่างในชีวิตประจำวันบนโลกออนไลน์ผ่านหน้าจอทั้งการทำงาน การเข้าถึงความบันเทิง การจับจ่ายใช้สอยและการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งทำให้ทุกแบรนด์ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
ณ ขณะนี้ทั่วโลกกำลังเริ่มพูดถึงการกลับสู่ชีวิตในที่ทำงานโรงเรียนร้านค้าที่เป็นอาคารสถานที่จริง และพื้นที่เชิงกายภาพอื่นๆ โดยเป็นการปรับตัวเข้าสู่ระยะของการอยู่ร่วมโลกกับโรคไวรัสโคโรน่าจึงมีการประเมินกันมากถึงผลสืบเนื่องที่จะคงอยู่ต่อไปอย่างยาวนานหลังจากที่ผู้คนได้สัมผัสการใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนหน้าจอและผลจากการที่เส้นแบ่งระหว่างโลกเสมือนและโลกทางกายภาพยิ่งพร่าเลือนในอัตราที่รวดเร็วกว่าปกติ
รู้แค่โลกนี้ไม่พอ!! Metaverse ชีวิตที่ต้องรู้และอยู่ 2 โลก
เอมม่า ชิว ผู้อำนวยการใหญ่ (Emma Chiu, Global Director) ของ วันเดอร์แมน ธอมสัน อินเทลลิเจนซ์และผู้เขียนรายงาน Into the Metaverse กล่าวว่า “เรากำลังเข้าสู่ยุค Metaverse ที่ความจริงในแบบเสมือนหลอมรวมกับความจริงในแบบกายภาพและเราก็ทำสิ่งต่างๆในโลกดิจิทัลที่เป็นคู่แฝดกับโลกของเราเอง ซึ่งในโลกที่ว่านี้ เราก็จะยกเอากิจวัตรต่างๆ ตลอดจนสิ่งที่เป็นความสนใจและความหลงใหลของเราไปไว้ในนั้นด้วย ตั้งแต่การเลือกเครื่องแต่งกายให้ร่างอวตารของเราสวมเลือกรถยนต์ในการขับ หรือแม้กระทั่งสร้างบ้านเสมือนจริงหรือการแสวงหาสังคมออนไลน์ที่มีความเสมอภาคและเปิดรับความแตกต่างมากยิ่งขึ้น รายงานของเรานำเสนอภาพเค้าโครงว่า Metaverse กำลังกำหนดโลกอนาคตของพวกเราอย่างไร”
ในการเรียบเรียงรายงาน Into the Metaverse ครั้งนี้ วันเดอร์แมน ธอมสัน อินเทลลิเจนซ์ ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณกับผู้บริโภคกว่า 3,000 คนในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศจีนในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564ผสานกับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพเพื่อศึกษาว่าผู้คนมีความเข้าใจและทัศนคติอย่างไรต่อ Metaverse พร้อมทั้งค้นหาความท้าทายและโอกาสต่างๆ ที่มีต่อแบรนด์ นอกจากนี้ทีมงานยังได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 15 คนเพื่อศึกษา Metaverseจากการตีความของพวกเขาและเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกว่ามันจะเปลี่ยนโครงสร้างของธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ไปอย่างไร
รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นปัจจัยขับเคลื่อนในระดับโลกอาทิการเปิดใจรับเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว (Tech-celeration) ความเฟื่องฟูของวงการเกมมิ่ง และการที่บริษัทต่างๆ อย่างเช่น Facebook, Roblox Corporation และ Epic Games ต่างกระโจนลงสู่สนามเพื่อช่วงชิงความยิ่งใหญ่กันในโลก Metaverseที่กำลังปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
4 เทรนด์มาแรงที่คนยุคใหม่ เป็น-อยู่-คือ
เมื่อเจาะลึกลงไปรายงานยังเน้นให้เห็นแนวโน้มสำคัญที่เป็นพลังคลื่นใต้น้ำ (Meta-trend) ซึ่งส่งผลต่อผู้บริโภคผ่านการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ดังนี้
- MetaLives มีลักษณะเด่นคือการเติบโตในด้านความเป็นเจ้าของสินทรัพย์แบบเสมือนเช่นงานศิลปะดิจิทัลและความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทดแทนกันไม่ได้ (Non-fungibleToken – NFT), ความเกี่ยวเนื่องกันอย่างใกล้ชิดระหว่างการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีและการที่ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อความคิดสร้างสรรค์ กิจวัตรประจำวันทุกด้านในชีวิตของเรากำลังถูกปลูกถ่ายเข้าสู่โลกดิจิทัลและทำให้เกิดการขยายต่อยอดตัวตนและไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นกรรมสิทธิ์แบบดิจิทัล การพบปะเพื่อนฝูงผ่านการใช้เทคโนโลยีการสร้างสรรค์คอนเทนต์อย่างกระตือรือร้นหรือการหันเข้าหาเทคโนโลยีเพื่อความผ่อนคลาย