ด้าน ปวริศา ชุมวิกรานต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า แบรนด์แคมเปญ Celebrate living เป็นผลจากการนำแนวคิด customer-led มาใช้ ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลเชิงลึกกับลูกค้าพบว่า คนไทยมีความสุขกับสิ่งเล็กๆรอบตัว Micro moments จึงนำ Entertainment ซึ่งเข้าถึงง่ายขึ้น มาปรับเป็นกลยุทธ์การสื่อสารรูปแบบใหม่ โดยส่งต่อแนวคิดแบรนด์แคมเปญผ่านการทำ Musicumentary บอกเล่าเรื่องราวความสุขเล็กๆ ของผู้คนจริงๆ ในสังคม ถ่ายทอดผ่านช่องทางออนไลน์ โทรทัศน์ ป้ายโฆษณา และวิทยุ เพื่อส่งต่อกำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจ ส่งผลให้ภาพยนตร์โฆษณาประสบความสำเร็จโดนใจคนไทยทั่วประเทศ
“หนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญคือการสร้าง Brand Experience ที่แตกต่างและจดจำผ่านไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่ทุกคนชื่นชอบและคุ้นเคย ไม่ใช่แค่การรับรู้ผ่านทางทีวี ออนไลน์ หรือข่าว แต่เราได้สร้างประสบการณ์ของแบรนด์โดยเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของลูกค้าและผู้คน เป็นการสร้างแบรด์ผ่าน brand sensory ผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้นำด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ขนม หรืองานศิลปะ เพื่อเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ senses of sound ที่ชวนทุกคนมา “Celebrate living” ผ่านบทเพลงสุดพิเศษ ‘Joy of Living’ ที่ได้จับมือร่วมกับ ว่าน ธนกฤต ศิลปินชื่อดัง มาร่วมถ่ายทอดความสุขและเป็นกำลังใจให้กับทุกคนในช่วงเทศกาลปีใหม่ และ senses of taste โดยร่วมมือกับเชฟมืออาชีพ ‘Guss Damn Good’ ออกแบบและผลิตไอศกรีมรสพิเศษ สะท้อนภาพแบรนด์และความเป็น FWD ผ่านรสชาติและการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์
ทั้งนี้ ความสำเร็จของแบรนด์และการส่งมอบประสบการณ์ให้ลูกค้า ทำให้เราได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 1 ด้านแบรนด์ที่สร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งได้รับการโหวตจากผู้บริโภคประจำปี 2564 จัดโดย บริษัท เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ปรึกษาธุรกิจชั้นนำระดับโลก และ รางวัลแบรนด์ที่โดดเด่นประจำปี 2564 (Outstanding Brands Awards 2021) จัดโดย บริษัท อินฟลูเอ็นเชี่ยล แบรนด์ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนถึงมุมมองและความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ FWD ประกันชีวิต” ปวริศา กล่าว
นอกจากรางวัลแห่งความภูมิใจ เอฟดับบลิวดี ยังประสบความสำเร็จด้านเบี้ยประกันชีวิตรับเทียบเท่าเบี้ยรับรายปี ** (New Business Annualize Premium) 11,138 ล้านบาท (ณ สิ้นเดือนกันยายน 2564)* มีส่วนแบ่งตลาด 15% เป็นอันดับ 2 ของอุตสาหกรรมประกันชีวิต แบ่งเป็น เบี้ยประกันชีวิตรับเทียบเท่าเบี้ยรับรายปี จากช่องทางธนาคาร (Bancassurance) 9,338 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ที่ 29% เบี้ยประกันชีวิตรับเทียบเท่าเบี้ยรับรายปี ที่มาจากตัวแทนประกันชีวิต 1,163 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการขยายตัวเติบโตจากปีที่ผ่านมาถึง 50% โดยมีจำนวนตัวแทนประกันชีวิตในปัจจุบัน 4,615 ราย และมีเบี้ยประกันชีวิตรับเทียบเท่าเบี้ยรับรายปี จากช่องทางอื่นๆ อีก (Alternative) 576 ล้านบาท รวมทั้งเบี้ยประกันชีวิตรับเทียบเท่าเบี้ยรับรายปี จากช่องทาง Digital 60.2 ล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 43% โดยเราตั้งเป้าเติบโตช่องทาง Digital อย่างต่อเนื่องตามกลยุทธ์ Digital by design
“ในปีหน้าเราเชื่อว่ายังมีความท้าทายใหม่หลายอย่างที่จะเข้ามา ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และ ขีดความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่ระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เรามองว่ายังมีโอกาสอีกมากสำหรับธุรกิจประกันชีวิตเนื่องจากผู้บริโภคเริ่มเปิดใจและเล็งเห็นความสำคัญของการทำประกันชีวิตมากขึ้น ซึ่งเรายังคงสานต่อภารกิจเปลี่ยนมุมมองของคนที่มีต่อการประกันชีวิตจากที่มองว่าเป็นความน่ากลัว ให้น่าเข้าหามากขึ้น ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย รวมทั้งยังมีแผนสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายที่สำคัญคือ การเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค” เดวิด กล่าวทิ้งท้าย