It is not a number of years, but the quality of living that matters.
มีข้อมูลที่น่าสนใจชุดหนึ่งจากกรุงเทพประกันชีวิต คือ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน อายุเฉลี่ยของคนไทยนั้นอยู่ที่ 68 ปี แต่ปัจจุบันนี้ อายุเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มมาเป็น 78 ปีแล้ว
ถ้ามองตามหลัก Lifespan ก็ถือเป็นเรื่องดี
แต่ถ้ามองตามหลัก Healthspan หรือช่วงเวลาที่ยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพแข็งแรง ก็อาจจะต้องดูในระยะยาว
โชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อายุเฉลี่ยของคนไทยที่สูงขึ้นนั้น ตามมาด้วยต้นทุนการดูแลชีวิตและสุขภาพที่สูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งต้นทุนที่ต้องใช้ในโรงพยาบาล และต้นทุนการดูแลครอบครัวที่ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง
“เหตุผลที่กล่าวมาทำให้สังคมไทยเริ่มให้ความสำคัญกับคำว่า Longevity ทำให้การวางแผนชีวิตมีความสำคัญมากขึ้น เพราะคนอยากมีอายุยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีทุกด้าน ซึ่งส่งผลให้คนมีรูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนไป และความต้องการทางการเงินที่หลากหลาย ที่สำคัญคือเริ่มหันมาวางแผนระยะยาว ทำให้ธุรกิจประกันชีวิตจะมีบทบาทมากขึ้น”
โชน กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิตมีการพัฒนาหลายด้านทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ สิทธิประโยชน์รวมทั้งแนวทางการสื่อสารที่เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากวิธีคิดขององค์กร ซึ่งในปี 2569 จะถูกทำให้ชัดขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจ หรือ Be the Most Caring Life Insurance Company ซึ่งความใส่ใจไม่ได้หมายถึงเพียงการบริการที่ดี แต่หมายถึงความสามารถในการมองเห็นชีวิตลูกค้าในมิติที่ลึกขึ้น

ในมุมมองของกรุงเทพประกันชีวิต ความหมายของ Longevity หรือการมีอายุยืนยาวที่สมบูรณ์จะต้องประกอบไปด้วย 4B คือ
1. Body มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มุ่งเน้นการดูแลเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคภัย และเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น
2. Budget มีความมั่นคงทางการเงินและมีอิสระในการวางแผนการเงินระยะยาว เพื่อให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น
3. Balanced มีความมั่นใจ สบายใจ และมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงของชีวิต
4. Bonding มีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งครอบครัวและคนรอบข้าง ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตมีคุณภาพดีอย่างต่อเนื่อง
“ทุกองค์ประกอบมีความเชื่อมโยงกันหมด หากมิติใดมิติหนึ่งมีปัญหา จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เช่น หากการเงินไม่ดีก็จะส่งผลให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแย่ลง และความเครียดที่ตามมาจะส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจในที่สุด”

สำหรับแผนงานในปี 2569 กรุงเทพประกันชีวิตจะให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ใน 3 มิติ คือ
1. มิติด้าน Products+
การพัฒนาแบบประกันภายใต้แนวคิดให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว เช่น ขยายอายุรับประกันให้ยาวยิ่งขึ้น ขยายระยะเวลาความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ที่สำคัญ การที่คนเรามีอายุยืนยาวขึ้นจำเป็นต้องมีการดูแลและรูปแบบความคุ้มครองเพิ่มเติม
ล่าสุดกรุงเทพประกันชีวิตมีการเปิดตัวแบบประกัน Long Life Care ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนไทยในยุค longevity โดยขยายความคุ้มครองให้รองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในวัยสูงอายุ โดยเฉพาะโรคที่กระทบคุณภาพชีวิตระยะยาว เช่น ภาวะสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน และโรคหลอดเลือดสมองที่ไม่ได้กระทบเพียงแค่ค่ารักษา แต่ยังกระทบต่อการใช้ชีวิตของทั้งลูกค้าและครอบครัวในระยะยาว โดยมีโครงสร้างผลประโยชน์ที่ออกแบบให้บริษัทจ่ายสินไหมต่อเนื่องเป็นรายปีไปจนถึงอายุ 99 ปี ช่วยรองรับภาระในช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการการดูแลมากที่สุด
2. มิติด้าน Privileges+
สิทธิประโยชน์ที่สนับสนุนคุณภาพชีวิต โดยได้พัฒนาบริการ BLA EveryCare ให้ชัดขึ้นใน 3 ระยะ คือ 1. Proactive Care การใส่ใจสุขภาพเชิงรุกสนับสนุนการมีชีวิตที่แข็งแรงยาวนาน ให้ลูกค้าสามารถติดตามและบริหารจัดการสุขภาพของตนเอง รวมทั้งปรับเปลี่ยนไลฟ์สไล์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรค 2. Preventive Care การใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน มุ่งเน้นการตรวจคัดกรองเชิงลึกเพื่อป้องกันโรคก่อนเกิด ดูแลตัวเองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดโอกาสการเกิดโรคที่รุนแรงได้ในอนาคต และ 3. Restorative Care การใส่ใจสุขภาพช่วงฟื้นฟูเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพ เพื่อช่วยให้ลูกค้ากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ และเพื่อให้ BLA EveryCare สามารถดูแลใส่ใจได้อย่างครอบคลุม กรุงเทพประกันชีวิตยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้านสุขภาพทั้งไลฟ์สไตล์และโภชนาการในการมอบบริการด้านสุขภาพที่ครอบคลุม
3. มิติด้าน Professionalism+
การยกระดับบทบาทของตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน โดยมีการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจังในการสร้างที่ปรึกษามืออาชีพที่เข้าใจชีวิตลูกค้าจริงภายใต้แนวคิด Life Care Partner หรือ “ตัวแทนแห่งความใส่ใจ” ที่เข้าใจเป้าหมายของลูกค้าและมองเห็นความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัยทั้งเรื่องสุขภาพ ความมั่นคงทางการเงิน ภาระครอบครัว และการเตรียมตัวสำหรับอนาคต
“การเป็น Life Care Partner ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการวางแผนชีวิตอย่างรอบด้าน และมีทัศนคติของการดูแลลูกค้าในระยะยาว โดยเราได้พัฒนาหลักสูตรเพื่อยกระดับตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินให้มีความพร้อมทั้งในด้านความรู้ มุมมอง และความเข้าใจต่อการดูแลลูกค้าในบริบทที่เปลี่ยนไป เรายังจัดทำข้อมูลองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนให้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนชีวิตและดูแลลูกค้าได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กระบวนการพัฒนา ประเมินคุณภาพ และการยกย่องผู้ที่สามารถสะท้อนมาตรฐานของการดูแลลูกค้าได้อย่างแท้จริง”
โชน ย้ำว่า เมื่อก่อนคนซื้อประกันชีวิตแบบระยะสั้น เพราะมองว่าเป็นภาระ ตอนนี้คนมองเรื่องกรมธรรม์ยาวขึ้น ดังนั้นสินค้าของบริษัทต้องตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป บริษัทจึงขยายอายุรับประกันถึง 85 ปี คุ้มครองถึง 99 ปี

ทั้งนี้ กรุงเทพประกันชีวิตได้วางโครงสร้างบน 6 เสาหลักของความใส่ใจได้แก่ Products, Professionalism, Policy, Privileges, People และ Planet ในบทบาทของบริษัทประกันชีวิตที่ต้องเข้าใจชีวิตคนไทยในโลกใหม่ให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทิศทางการดำเนินงานดังกล่าว ได้เริ่มสร้างผลลัพธ์ทั้งในด้านความพึงพอใจของลูกค้าที่อยู่ในระดับ 98.2% การเติบโตของตัวแทนใหม่ 20% และตัวแทนใหม่ที่มีผลงานเพิ่มขึ้น 25% การใช้งาน digital platform และ engagement ที่เพิ่มขึ้น จากจำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน BLA Happy Life ที่เพิ่มขึ้น 38% สะท้อนผ่านการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรก 14% จากการเติบโตในทุกช่องทาง
ส่วนแผนงานสื่อสารการตลาด อรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า เปิดเผยถึงแนวทางการสื่อสารแบรนด์กรุงเทพประกันชีวิตในปีนี้ว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวแคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง” ที่ต่อยอดมาจากแคมเปญใส่ใจในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะสื่อสารผ่านกิจกรรม ที่หลากหลายตลอดทั้งปีรวมทั้งสร้างการรับรู้ผ่านหนังโฆษณาในมุมความสัมพันธ์ของพ่อ แม่ ที่ทำทุกสิ่งเพื่อลูก ซึ่งเป็นการเล่าความเสียสละเพื่อคนอื่นที่ชัดเจนที่สุด
