เมตาเวิร์สซึ่งได้รับการขนานนามจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญว่าจะกลายเป็น “คลื่นใหญ่ลูกต่อไป” ถือเป็นอนาคตที่จะเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในโลกอินเตอร์เน็ต “แนวทางการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ต่าง ๆ กับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเหลือเชื่อ การที่แบรนด์จะมีเพียงเฟซบุ๊กเพื่อเก็บยอดไลก์นั้นไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะแบรนด์จะต้องค้นหาแนวทางการสร้างและการมีส่วนร่วมในชุมชนผู้ใช้งาน โดยต้องสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ และแสวงหาแนวทางใหม่เพื่อเพิ่มอรรถะประโยชน์และมูลค่าที่แท้จริงให้แก่ชุมชนเหล่านี้ด้วย” Mathijs Aliet ผู้ก่อตั้ง SQUARE44 และผู้ผลักดันการเปิดแผนก CRPTOSQUARE กล่าว
เมื่อเปิดแผนก CRPTOSQUARE บริษัท SQUARE44 ได้พัฒนาโร้ดแมปเพื่อนำเสนอแบรนด์สู่โอกาสต่าง ๆ ของเมตาเวิร์ส ตัวอย่างหนึ่งของบริการที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ การฝึกฝนเชิงปฏิบัติการเพื่อการสร้างแบรนด์ในเมตาเวิร์ส (Metaverse Branding Workshops) ทั้งแบบครึ่งวันและเต็มวัน เพื่อนำนักการตลาดให้รู้จักกับโอกาสต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกใบใหม่นี้ ผ่านการสำรวจแนวทางที่แบรนด์จะสามารถใช้ประโยชน์ได้มากที่สุดและการเตือนภัยถึงหลุมพรางต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เป้าหมายของบริการนี้คือการสร้างความเชี่วชาญด้านการใช้งานเฉพาะแบบที่เหมาะสมกับแบรนด์ของลูกค้า พร้อมกลยุทธ์การดำเนินงานระยะยาวและการสร้างอรรถประโยชน์ที่แท้จริง
นอกจากการฝึกฝนเชิงปฏิบัติการซึ่งเน้นกลยุทธ์การดำเนินงานเป็นหลัก อีกหนึ่งทิศทางสำคัญของแผนกคือการพัฒนาโครงการที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท NFT (Non-Fungible Token) โดย NFT คือโทเคนดิจิทัลที่สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อสร้างทรัพย์สินดิจิทัลที่มีจำนวนจำกัด มั่นคงปลอดภัย และสามารถตรวจสอบความแท้จริงได้ และเนื่องจาก NFT มักถูกเชื่อมโยงกับศิลปะดิจิทัลซึ่งได้รับความนิยมในหมู่ศิลปินดิจิทัลยุคใหม่อย่าง Beeple และ Pak ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ในวงการศิลปะเมื่อสามารถทำลายสถิติยอดจำหน่ายผลงานแนวคิดศิลปะได้คนละ 69 และ 91 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ และคอลเลกชั่นงานศิลป์ต่าง ๆ ก็กำลังแพร่หลายและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว หนึ่งในคอลเลกชั่น NFT ซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือผลงานภาพ 8 บิตของอวาตารแนวเรทโทรพังก์จากยุค 80 และรูปลิงเศรษฐีขี้เบื่อที่มียอชต์คลับเป็นของตัวเองในเมตาเวิร์ส ซึ่งปัจจุบันมีราคารูปละหลายแสนดอลลาร์ โดยมีทั้งคนดังและอินฟลูเอนเซอร์ที่ให้ความสนใจในผลงานนี้
CRPTOSQUARE มุ่งมั่นสนับสนุนลูกค้าที่ต้องการพัฒนาคอลเลกชั่น NFT ที่เป็นของแบรนด์ตัวเองโดยมีทั้งวิสัยทัศน์ โร้ดแมป และอรรถะประโยชน์ระยะยาว “แม้การใช้ประโยชน์จากศักยภาพของแนวคิด NFT จะยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น หากปัจจุบันเราได้เห็นการใช้งานที่มีมาตรฐานและเหนือล้ำจินตนาการมากมายกลาดเกลื่อนอยู่ในตลาด จึงนับเป็นสิ่งสำคัญที่แบรนด์ต้องใช้ความคิดเชิงกลยุทธ์ในการเข้าชิงพื้นที่ในตลาด เพราะโครงการที่ดำเนินงานอย่างเร่งรีบอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี” Mathijs Aliet กล่าว