Marketing 5.0 Technology for Humanity ว่าด้วยเรื่องสำคัญ 4 ประเด็นใหญ่ๆ ประกอบด้วย
Agile Marketing คือการทำแคมเปญการตลาดให้เหมาะสม ทันต่อเหตุการณ์ และนำผลตอบรับจากลูกค้าไปปรับใช้เพื่อให้ตรงใจ และมอบประสบการณ์ให้ถูกจุดได้อย่างรวดเร็ว
Predictive Marketing คือ การนำ Data มาใช้ในการคาดการณ์ความสำเร็จของแคมเปญว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร มีความเสี่ยงหรือไม่ หรือคุ้มค่าที่จะลงทุนมากน้อยเพียงใด เพื่อให้การวางแผนแคมเปญได้ก้าวหน้าต่อไป และไม่ต้องเสียเวลาหากมีความเสี่ยงเกินไป ทำให้ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนและลงเวลา
Contextual Marketing คือการทำความเข้าใจผู้บริโภค ด้วยการใช้ Data ที่มีอยู่มาวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า เพื่อให้นักการตลาดสามารถออกแบบ และวางกลยุทธ์ Personalized Marketing ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าจริงๆ
Augmented Marketing คือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ MarTech มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อมอบประสบการณ์ในด้านบวกให้กับลูกค้า และ Data-Driven Marketing
โดยหัวใจหลักของหนังสือเล่มนี้ที่ผู้เขียนสังเกตก็คือ Data-Driven Marketing ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญและอยู่เบื้องหลังในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Digital Marketing ซึ่ง Data หรือข้อมูลลูกค้าที่นำมาใช้จะต้องเป็นทั้งข้อมูลที่มาจากภายในและภายนอก เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการตัดสินใจในการทำการตลาด
Data-Driven Marketing เชื่อมโยงอย่างไร กับ Generation Gap…
ณ วันนี้ เรากำลังอยู่ในโลกยุคที่มีคน 5 Gen อยู่ร่วมกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในแง่บุคลิก ทัศนคติ การใช้ชีวิต และความต้องการ ตั้งแต่
Baby Boomers ที่เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีความขยันขันแข็ง แม้ปัจจุบันจะอายุไม่น้อย แต่ก็ยังสุขภาพดี มีกำลังทรัพย์ ซึ่งคนกลุ่มนี้มักชอบและผูกพันกับแบรนด์ที่เก่าแก่ น่าเชื่อถือ
Gen X เติบโตมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีหลายยุค สมัยก่อนนักการตลาดมักมองข้าม แต่วันนี้ต้องให้ความสำคัญ เพราะคนกลุ่มนี้กำลังเข้าสู่บทบาทผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการ มีความสามารถในการจับจ่ายมากขึ้น
Gen Y ที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเป้าหมายส่วนตัว เป็น Portfolio และที่เก็บคุณค่าประสบการณ์ที่มีความหมาย
Gen Z ที่ใช้โซเชียลแบบจริงใจไม่เน้นปรุงแต่ง ไม่ชอบอะไรใดๆ ที่ทำมาให้เสร็จพร้อมสรรพ แต่ขอมีส่วนร่วมบ้าง และกลุ่ม Alpha เด็กรุ่นหลังที่มีพลัง มีสิทธิ์มีเสียงในบ้าน เสพเกมและวิดีโอเป็นสรณะ
โดยทุกกลุ่มทุก Gen ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและข้อมูลบนโลกออนไลน์ แม้จะมากน้อยต่างกัน หัวใจสำคัญคือความกล้าที่จะ Digital First โดยที่ต้องพยายามย้ายคนมาอยู่ในดิจิทัลให้มากที่สุด สร้างและพัฒนาขีดความ สามารถของดิจิทัลของแบรนด์ให้แข็งแกร่งที่สุด
การทำลายกรอบ Generation ไม่ใช่แค่การทำ Segmentation แบบเดิม ๆ…
คำว่าแก่ไป หรือเด็กไป อาจจะเป็นคำเหยียดหยามในบางบริบทของสังคมปัจจุบัน เด็กหรือคนอายุน้อยรวมไปถึงกลุ่มคน Gen X ก็อยากให้ตัวเองนั้นเป็น “กลุ่มคนรุ่นใหม่” เป็นหน้าที่ของแบรนด์ที่ต้องตีโจทย์ว่า “คนรุ่นใหม่” เหล่านี้ที่มีระยะห่างของอายุเป็นหลัก 10 ปี ต้องการอะไร เพราะฉะนั้นคำว่า The Segments of One อาจจะต้องปรุงแต่งเพิ่มเติม
สิ่งที่ถือเป็นกุญแจสำคัญของการขับเคลื่อนการตลาดด้วย Data ที่สามารถไขคำตอบในการทำการตลาด นั่นก็คือการสร้าง Segmentation หรือวิธีการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพมากพอ ที่จะกลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ในอนาคตให้เป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้เหมาะสม และตอบโจทย์ตามความต้องการแบบเฉพาะบุคคล โดยเราอาจจะคุ้นชินกับคำว่า การทำการตลาดแบบ Personalization ตัวอย่างที่จะมาไขเรื่องราวของ Generation Gap ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาดูกลุ่มที่ถูกลืมอย่าง “Silver Gen”
การทำนายอนาคตผ่าน Data-Driven นั้นแน่นอนว่าแม่นยำกว่าการคาดเดา อย่างในประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สถานะสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ในปี 2564 ประชากรไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นจนมีมากกว่า 11 ล้านคน หรือคิดเป็น 17% ของประชากรทั้งประเทศ การศึกษาจากหลายแหล่งได้เคยแตะประเด็นความท้าทายของการที่อายุของประชากรมีค่าเฉลี่ยสูงขึ้น แต่มีไม่กี่แหล่งเท่านั้นที่ได้สำรวจตรวจสอบอย่างแท้จริงจนถึงขั้นที่มองเห็นเซ็กเม้นต์ซึ่งได้รับความใส่ใจน้อยที่สุด
อย่างเช่นคนรุ่น 50+ หรือ Silver Generation แบรนด์พากันพุ่งความสนใจอย่างมากมายไปที่คนในรุ่นอายุน้อยกว่า มุ่งตอบสนองความจำเป็นและความต้องการของพวกเขาเป็นหลัก และมักจะมองข้ามชาว Silver Gen ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่จริงแล้วกลุ่ม Silver Gen และกำลังซื้อของพวกเขาเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากพวกเขากระตือรือร้นกับการเสาะแสวงหาสิ่งใหม่ๆ อีกทั้งภาวะของการสูงวัยได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วเนื่องจากช่วงชีวิตของคนที่ยืนยาวยิ่งขึ้นและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในด้านต่างๆ
ผลการวิจัยจาก วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย พบว่า แบรนด์ นักการตลาด และผู้โฆษณา ต่างเฮโลกันสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียลกันอย่างมากมายในช่วงปีหลังๆ นี้ จนผู้บริโภครุ่นอายุก่อนหน้าอาจรู้สึกถูกมองข้ามหรือหมางเมิน แบรนด์ลืมไปแล้วว่าไม่ได้มีเพียงผู้บริโภครุ่น Gen Z และมิลเลนเนียลเท่านั้นที่มีเงินและศักยภาพในการใช้จ่าย ที่จริงแล้วคนรุ่นอาวุโสกำลังค้นหาความสุขในช่วงชีวิตวัยหนุ่มสาวของพวกเขาอีกครั้ง มีเวลาที่จะหาความสุขได้อย่างเต็มที่ และมีกำลังซื้อสูงไม่แพ้ผู้คนในรุ่นอายุน้อยกว่าอีกด้วย
ผลการศึกษาเผยให้เห็นว่า นักช้อป Silver Gen เป็นคนรุ่นที่มีพลังขับเคลื่อนและมีอิทธิพลต่อตลาดสูงที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว พวกเขามีผลต่ออุตสาหกรรมค้าปลีกในปัจจุบันอย่างมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะได้รับความสนใจมากเทียบเท่ากับกลุ่มมิลเลนเนียลเสมอไป
“ชาว Silver Gen เป็นกลุ่มที่แบรนด์ นักการตลาด และผู้โฆษณา มักจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนและละเลยพวกเขาไป การศึกษาเรื่อง Forgotten Shopper 2021 ของไทยใน 4 แง่มุม คือ วิธีคิดและการรับรู้ ครอบครัวและชีวิตทางสังคม สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ชีวิตเกษียณและการเงิน และเทคโนโลยีและสื่อ จะช่วยให้แบรนด์ในประเทศไทยสามารถนำข้อมูลเชิงลึกอันทรงคุณค่าเกี่ยวกับตลาดเมืองไทยเหล่านี้มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินกลยุทธ์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ และวางแผนการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันออกไปตามรุ่นและกลุ่มอายุที่แตกต่างกัน” มัวรีน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย กล่าว