ทำไมคนไทยจำนวนมากถึงยอม “รอซื้อเฉพาะวันศุกร์” ทั้งที่มีโปรโมชั่นให้เลือกแทบทุกวันของสัปดาห์?
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดค้าปลีกและการชำระเงินในไทยเต็มไปด้วยดีลรายวัน ส่วนลดตามช่วงเวลา และแคมเปญที่หมุนเวียนไม่หยุด ทำให้ผู้บริโภคคุ้นชินกับการรอจังหวะซื้อ มากกว่าการซื้อเมื่อจำเป็นจริง ๆ บนพื้นฐานนี้เอง แคมเปญ “Friday ต้องเปย์ด้วยมาสเตอร์การ์ด” ที่เริ่มเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จึงค่อย ๆ กลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคตั้งตารอทุกสัปดาห์
วันศุกร์ซึ่งเดิมเป็นเพียงวันทำงานสุดท้ายก่อนสุดสัปดาห์ ถูกปรับบทบาทให้เป็น “วันใช้จ่าย” ผ่านความร่วมมือระหว่าง Central Retail และ Mastercard ที่ทำอย่างสม่ำเสมอตลอด 52 สัปดาห์ต่อปี สิ่งนี้ทำให้แคมเปญค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปในกิจวัตรการช้อปของคนไทย ตั้งแต่การรอกดคูปอง การวางแผนซื้อของล่วงหน้า ไปจนถึงการรวมดีลหน้าร้านกับออนไลน์
ผลลัพธ์คือ “Friday ต้องเปย์ด้วยมาสเตอร์การ์ด” ขยับจากเครื่องมือส่งเสริมการขาย ไปสู่สิ่งที่เรียกว่า Behavior Engine กลไกที่สร้างความเคยชิน สร้างความคาดหวัง และเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริโภคต่อการใช้จ่ายอย่างค่อยเป็นค่อยไป

โบนิต้า ปุย แยง วู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการสื่อสาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จริง ๆ แคมเปญนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ลูกค้ามีความสุขมากขึ้น ไม่ได้เป็นเรื่องของการเร่งการใช้จ่ายอย่างเดียว เราหวังว่าความคุ้มค่าที่เรามอบกลับไปจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนบริหารเงินได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
ฝั่ง Mastercard ทำหน้าที่เป็น data-driven technology company ที่มองลึกลงไปเบื้องหลังธุรกรรม ไม่ได้มีแค่ตัวเลขการรูดบัตร ขณะที่ Central Retail มีฐานข้อมูล The 1 กว่า 23 ล้านราย และเครือข่ายร้านค้าปลีก–ค้าส่ง 3,797 สาขาทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2568) ครอบคลุมตั้งแต่ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงวัสดุก่อสร้าง การนำดาต้าของทั้งสองฝ่ายมารวมกัน จึงไม่ใช่แค่การจับคู่โปรกับบัตร ทว่าเป็นการออกแบบประสบการณ์การซื้อให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของลูกค้า
ด้วยเหตุนี้ “Friday ต้องเปย์ด้วยมาสเตอร์การ์ด” จึงถูกวางให้เป็นมากกว่าดีลรายสัปดาห์ ไม่ได้คิดแค่เรื่องส่วนลด เน้นความง่าย ความสม่ำเสมอ และการจดจำของลูกค้า ผ่านรูปแบบที่ทำซ้ำจนกลายเป็นกิจวัตร
เหตุผลที่เลือกวันศุกร์เป็นแกนกลางก็ชัดเจน ข้อมูลพฤติกรรมชี้ว่าเป็นวันที่ emotional spending สูงที่สุดก่อนสุดสัปดาห์ ผู้คนอยากให้รางวัลตัวเอง ใช้เวลากับครอบครัว พบเพื่อน หรือผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักมาตลอดสัปดาห์ เมื่อจับคู่กับโครงสร้างธุรกิจของ Central Retail ที่ครอบคลุมอาหาร สุขภาพ การเดินทาง ความบันเทิง และการช้อปปิ้ง “Friday ต้องเปย์ด้วยมาสเตอร์การ์ด” จึงผูกกับไลฟ์สไตล์จริงของคนไทย ทำให้วันศุกร์ถูกมองว่าเป็น “วันที่ควรใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า” มากกว่าวันอื่น

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แคมเปญสร้างรายได้สะสมราว 1,500 ล้านบาท Spending ใน 2 ปีล่าสุดเติบโต 150% ขณะที่ Average Ticket Size ปี 2024 เพิ่มขึ้น 15% และอัตราการใช้คูปองสูงถึง 74% เทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ราว 30% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าลูกค้าไม่ได้กดคูปองเฉย ๆ พวกเขาใช้จริงและกลับมาใช้ซ้ำ
หลังจากเดินแคมเปญอย่างต่อเนื่อง ยังเห็นเทรนด์พฤติกรรมที่ชัดเจน การใช้จ่ายในวันศุกร์สูงกว่าวันธรรมดาอื่นถึง 10% ทำให้วันศุกร์ไม่ใช่แค่วันทำงานสุดท้ายของสัปดาห์ แต่เป็น “วันที่ตั้งใจช้อป”
กลุ่มลูกค้าหลักของแคมเปญเรียงตามลำดับคือ Gen Y, Gen X และ Baby Boomer โดยมีลูกค้าเพศหญิงมากกว่า 50% ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจซื้อในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการเติบโตของยอดซื้อต่อบิลอย่างต่อเนื่อง
อีกปัจจัยสำคัญคือโครงสร้างแบบ omnichannel แคมเปญทำงานทั้งหน้าร้านและ Central App ลูกค้าสามารถกดคูปอง วางแผนซื้อ และเลือกช่องทางที่สะดวกที่สุดด้วยตัวเอง
ปี 2568 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ท็อปส์ และ โก โฮลเซลล์ เป็นสามร้านในเครือที่มีการใช้คูปองสูงสุด ส่วนกลุ่มที่สร้างรายได้จากแคมเปญมากที่สุดคือ ห้างสรรพสินค้า เพาเวอร์บาย และไทวัสดุ

สำหรับปี 2569 Central Retail ยกระดับความร่วมมือเป็น All-Year Collaboration มอบสิทธิประโยชน์ทุกวันศุกร์ตลอด 52 สัปดาห์ ครอบคลุมแฟชั่น ฟู้ด และฮาร์ดไลน์ พร้อมยกระดับประสบการณ์ช้อปแบบไร้รอยต่อ ผ่านเครือข่าย 3,797 สาขา และ Central App บนฐานสมาชิก The 1 กว่า 23 ล้านราย ทำให้แคมเปญอยู่ในทุก touchpoint ของลูกค้าอย่างแท้จริง
โบนิต้า ระบุว่า เป้าหมายสูงสุดคือการร่วมสร้าง Customer Lifetime Value กับ Mastercard ทุกธุรกรรมถูกมองเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระยะยาว โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้จ่ายผ่าน Mastercard ในเครือ Central Retail ขึ้นราว 3.5% เพื่อยกระดับ CLV และขยายความร่วมมือไปทั้ง ecosystem
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า “Friday ต้องเปย์ด้วยมาสเตอร์การ์ด” ไม่ใช่แค่โปรลดราคาอีกต่อไป เป็นกลไกที่ผสานดาต้า เทคโนโลยี และเครือข่ายค้าปลีกเข้าด้วยกันจนเกิดพฤติกรรมใหม่ในตลาด วันศุกร์จึงค่อย ๆ กลายเป็นวันที่คนไทย “ตั้งใจใช้จ่าย” และเป็นตัวอย่างชัดเจนของการยกระดับจากส่วนลดรายสัปดาห์ สู่ Behavior Engine ที่เปลี่ยนความหมายของวันศุกร์ในชีวิตการช้อปของคนไทยได้จริง