โดยปกติการเคลือบสารกันติด บนกระทะจะมีจำนวนชั้นสารเคลือบหลัก 3 ชั้นได้แก่ Primer Coat ชั้นนี้เป็นการพ่นสารเคลือบกันติดชั้นแรกเพื่อเพิ่มความสามารถในการยึดเกาะระหว่างสารเคลือบและผิวกระทะ ต่อด้วยชั้น Mid Coat เป็นการพ่นสารเคลือบกันติดในชั้นกลาง ซึ่งชั้นนี้ผู้ผลิตสามารถเพิ่มส่วนประกอบที่เสริมความแข็งแกร่งของสารเคลือบที่เรียกว่า Reinforcing เพื่อเพิ่มความทนทานให้กับสารเคลือบมากขึ้น และปิดท้ายด้วยชั้น Top Coat ด้วยการเคลือบผิวกระทะด้วยสารเคลือบกันติด PTFE (Polytetrafluoroethylene) เพื่อให้เกิดความลื่นของผิวกระทะสูงสุด ซึ่งในชั้นนี้อาจพ่นสารเคลือบกันติดคุณภาพสูง เช่น PFA (Perfluoroalkoxy) แต่อย่างไรก็ตามจำนวนชั้นของสารเคลือบ อาจเพิ่มมากขึ้นโดยขึ้นอยู่กับคุณสมบัติพิเศษ เช่น ลวดลาย ความคงทน และการกระจายความร้อน โดยกระทะเคลือบลายหินอ่อน (Marble Coating) ก็เป็นการพ่นชั้นของสารเคลือบหลายชั้นจนเกิดลวดหลายคล้ายหินอ่อน
นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการตรวจสอบคุณภาพของกระทะเคลือบสารกันติดก่อนออกสู่ตลาด โดยมีแล็บทดสอบคุณภาพของเครื่องครัวเคลือบสารกันติดตามมาตรฐานสากล ยกตัวอย่างขั้นตอนการทดสอบที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอาทิ
1. การวัดความหนาของสารเคลือบกันติด (Thickness Testing) ให้ได้ตามมาตรฐานโดยสารเคลือบกันติดต้องมีความหนาอยู่ระหว่าง 20 – 80 ไมครอน ขึ้นอยู่กับชนิดของสารเคลือบ โดยความหนาของสารเคลือบที่เกินมาตรฐาน ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ถึงความคงทน หากพ่นความหนาน้อยหรือมากเกินไป จะทำให้คุณภาพของสารเคลือบลดลง
2. การตรวจสอบการยึดติดของสารเคลือบกันติด โดยการตัดผิวของสารเคลือบกันติด (Cross Cut Testing) โดยใช้ Cross-hatch test template แนวตั้ง 18 มิลลิเมตร ตัดกับแนวนอน 18 มิลลิเมตรเท่ากัน จำนวน 100 ช่อง และใช้เทปกาวตามมาตรฐานติดและลอกออก สารเคลือบต้องไม่หลุดล่อนตามมาตรฐานสากล
3. การทดสอบการติดของอาหาร ( Release Testing ) ด้วยการทำอาหารต่อเนื่อง 250 แผ่น โดยไม่ใช้น้ำมัน อาหารต้องไม่ติดกระทะ ซึ่งผลทดสอบที่ได้ อาจจะมีจำนวนมากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสารเคลือบ
4. การทดสอบความคงทนของสารเคลือบด้วยการขัด (Abrasion Testing) โดยใช้แผ่นสก๊อตไบร์ทที่ถ่วงน้ำหนัก 5 กิโลกรัม ขัดบนผิวกระทะ จำนวน 90,000 -100,000 รอบ ซึ่งจำนวนรอบของการขัดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับคุณภาพของสารเคลือบ