OPPO Reno7 5G มาพร้อม AI 3 กล้องหลัง ความละเอียด 64MP+8MP+2MP และกล้องหน้าความละเอียด 32MP ส่วน OPPO Reno7 Pro 5G มาพร้อมเซ็นเซอร์ภาพระดับแฟล็กชิพถึง 2 ตัวทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ได้แก่ Sony IMX709 และ Sony IMX766 โดยกล้องหลังมีความละเอียด 50MP+8MP+2MP และกล้องหน้าความละเอียด 32MP
โดยมาพร้อมดีไซน์โดดเด่น บางเฉียบ และสวยสะดุดตาด้วยเทคนิค OPPO Glow และได้รับการต่อยอดความงดงามไปอีกขั้น ด้วยตัวเครื่อง สีฟ้า Startrails Blue ที่มีการใช้เทคโนโลยี Laser Direct Imaging (LDI) บนดีไซน์ภายนอกของสมาร์ทโฟน มอบเอฟเฟ็กต์ฝนดาวตกนับล้านดวงเปล่งประกายบนฝาหลัง ในขณะที่ตัวเครื่อง สีดำ Starry Black ใน OPPO Reno7 5G ให้สีเกรเดียนท์ไล่ระดับสีดำ-น้ำเงินโดดเด่นไม่เหมือนใคร ผสานไปกับความระยิบระยับเปล่งประกาย หรือ สีดำ Starlight Black ใน OPPO Reno7 Pro 5G ดีไซน์ตัวเครื่องแบบขอบเหลี่ยม ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิคและพรีเมี่ยม นอกจากนี้ยังเสริมด้วยเทคโนโลยี Orbit Breathing Light บน OPPO Reno7 Pro 5G มอบแสงรูปแบบวงกลม 3 มิติล้อมรอบบริเวณกล้องหลัง ที่จะเปล่งแสงอย่างนุ่มนวลเมื่อมีสายเรียกเข้า แจ้งเตือน หรือในระหว่างการชาร์จ
นอกจากนี้ OPPO Reno7 5G ยังอัดแน่นไปด้วยความเร็วแรง ลื่นไหล ไม่มีสะดุด มอบการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วยขุมพลัง MediaTek Dimensity 900 5G SoC มาพร้อม RAM 8GB และ ROM 256GB และ RAM Expansion เพิ่ม RAM ได้สูงสุด 5GB ในขณะที่ OPPO Reno7 Pro 5G มาพร้อมขุมพลังระดับแฟล็กชิพรุ่นล่าสุด MediaTek Dimensity 1200-MAX พร้อม 5G SoC มอบประสบการณ์ 5G ที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน พร้อมทั้ง RAM 12GB และ ROM 256GB และ RAM Expansion เพิ่ม RAM ได้สูงสุดถึง 7GB และทั้งสองรุ่นยังใช้งานได้ยาวนานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4,500mAh พร้อม 65W SUPERVOOCTM ชาร์จเพียง 31 นาที สามารถชาร์จได้เต็ม 100%