ควบคุมดีเยี่ยมบนทุกสภาพถนน
นับเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบตลอดเวลา โดยใช้ระบบเกียร์ไฟฟ้าใหม่ที่ปรับได้ 2 ระดับ และยังมาพร้อมระบบควบคุมเฟืองท้ายคู่หน้าและหลัง แบบ locking differentials ครั้งแรก นับเป็นคุณสมบัติที่ตอบโจทย์คอออฟโรดตัวจริง
“ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งบนทะเลทรายก็จริง แต่ก็นับเป็นรถเพื่อการเดินทางผจญภัยที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบอเนกประสงค์ด้วย เราจึงสร้างฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ จากโรงงานให้เป็นรถกระบะออฟโรดเพื่อการเดินทางพร้อมลุยในทุกเส้นทางที่ปลอดภัย โดยที่คุณไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติม” เดฟ กล่าว
สิ่งที่ช่วยให้ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ พร้อมลุยทุกสภาพพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ เส้นทางโคลนหรือทางลูกรัง คือโหมดการขับขี่เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย รวมไปถึงโหมดขับขี่ความเร็วสูงบนทางออฟโรดอย่าง ‘โหมดบาฮาii’ ซึ่งระบบไฟฟ้าทั้งหมดปรับให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด
“เราต้องการให้โหมดบาฮาเป็นตัวแทนขั้นสุดของการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูง” เดฟ กล่าว “ฟีเจอร์นี้เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ คาดหวัง” โหมดการขับขี่แต่ละโหมดii จะควบคุมการตั้งค่าการทำงานส่วนต่างๆ ของรถโดยละเอียด ตั้งแต่เครื่องยนต์ เกียร์ ความไวในการใช้ระบบเบรกอัตโนมัติ (ABS) การประมวลผล การยึดเกาะถนน ความมั่นคง ระบบท่อไอเสีย พวงมาลัย การตอบสนองต่อการเร่งเครื่อง ไปจนถึงการแสดงผลบนแผงหน้าปัดรถยนต์ และจอทัชสกรีน นอกจากนั้น สีของแผงหน้าปัดยังปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการขับขี่แต่ละโหมดอีกด้วย
โหมดการขับขี่ทางเรียบ
- โหมดปกติ – ออกแบบมาเพื่อความสบาย ประหยัดเชื้อเพลิง และขับขี่สะดวก
- โหมดสปอร์ต - ออกแบบมาให้ตอบสนองไวขึ้นสำหรับการขับขี่บนถนนอย่างสนุกสนาน
- โหมดทางลื่น - ออกแบบมาให้ผู้ขับมีความมั่นใจในการขับขี่บนถนนลื่นหรือพื้นถนนที่ไม่สม่ำเสมอ
โหมดการขับขี่ออฟโรด
- โหมดหิน – มอบการยึดเกาะและการทรงตัวที่เหนือชั้นบนพื้นผิวที่ลื่นไถลได้ง่าย
- โหมดทราย – สำหรับใช้ขับบนพื้นทรายหรือหิมะ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งกำลังและการเปลี่ยนเกียร์
- โหมดโคลน – เพิ่มศักยภาพในการยึดเกาะขณะออกตัว และรักษาการทรงตัวของรถ
- โหมดบาฮา – เปลี่ยนเข้าสู่การขับขี่ด้วยความเร็วสูงเต็มสมรรถนะ โดยปรับทุกระบบให้พร้อมสำหรับการลุย
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ยังมาพร้อมระบบควบคุมความเร็วสำหรับการขับขี่ออฟโรด (Trail Control™) ทำหน้าที่เสมือนระบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติสำหรับการขับขี่ออฟโรด ผู้ขับขี่สามารถเลือกความเร็ว (ไม่เกิน 32 กิโลเมตร/ชั่วโมง) รถจะควบคุมการเร่งความเร็วและการเบรก ผู้ขับขี่เพียงจดจ่อกับการบังคับควบคุมพวงมาลัยเพื่อฝ่าเส้นทางสุดท้าทายได้ง่ายขึ้น
การออกแบบที่ทรงพลัง
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ภายนอกดุดัน สมกับสมรรถนะที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ทั้งซุ้มล้อที่ใหญ่ขึ้นเพิ่มความกว้างของรถ ไฟหน้าใหม่รูปตัว C อันเป็นดีเอ็นเอของรถกระบะฟอร์ด ตัวอักษร F-O-R-D ขนาดใหญ่บนกระจังหน้า และกันชนที่เป็นอิสระจากกระจังหน้า
“ทุกส่วนประกอบออกแบบมาเพื่อ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ โดยผ่านการวางแผนมาอย่างดี” เดฟ ดูวิทท์ ผู้จัดการฝ่ายออกแบบภายนอก ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ กล่าว “เพียงแค่มองรูปลักษณ์ภายนอก คุณจะรับรู้ได้ทันทีว่ารถคันนี้เป็นรถยนต์ออฟโรดสมรรถนะสูง”
ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Day-time running lights) แบบแอลอีดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่องสว่างขึ้นอีกระดับ โดดเด่นด้วยไฟเลี้ยวแบบไดนามิก ไฟสูงแบบตัดแสงและการปรับระดับแสงแบบอัตโนมัติเพื่อให้แสงสว่างที่ปลอดภัยต่อผู้ขับขี่ รวมถึงผู้สัญจรที่ขับสวนทาง
ล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมยางออลเทอร์เรน BFGoodrich® KO2® ให้ความเท่และดุดันภายใต้ซุ้มล้อที่สะดุดตา ช่องลมข้างบังโคลนนอกจากความสวยงามและยังมีประโยชน์ด้านอากาศพลศาสตร์เช่นเดียวกับการออกแบบพื้นผิวทั้งหมด บันไดข้างดีไซน์ใหม่ทำจากอลูมิเนียมที่แข็งแรง ช่วยเสริมรูปลักษณ์และฟังก์ชันการใช้งานให้กับรถ ส่วนด้านหลังใช้ไฟท้ายแบบแอลอีดีกลมกลืนกับไฟหน้า กันชนหลังสีเทาเข้มมีบันไดเหยียบเพื่อขึ้นกระบะท้าย และชุดลากในตัวที่ติดตั้งในตำแหน่งสูงเพื่อเพิ่มมุมจาก โดยรายละเอียดของอุปกรณ์แตกต่างกันไปในแต่ละตลาด
การออกแบบภายในยังคงสื่อถึงพลังและความดุดันของการเป็นออฟโรดสมรรถนะสูงเช่นเดียวกับการออกแบบตัวถังภายนอก ห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยใช้เบาะที่นั่งแบบสปอร์ต ทั้งเบาะหน้าและหลัง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบ มอบทั้งความสบายและกระชับแม้รถวิ่งด้วยความเร็วบนทางโค้ง
การตกแต่งรายละเอียดด้วยสีส้ม ‘โค้ด ออเรนจ์’ บนแผงหน้าปัด การตัดขอบชิ้นส่วนหลักๆ ในห้องโดยสาร รวมถึงบนเบาะที่นั่งแบบสปอร์ต ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นอีกเมื่อเปิดไฟส่องสว่างสีอำพันอบอุ่นภายในห้องโดยสาร เสริมความหรูหราอีกขั้นด้วยพวงมาลัยหนังเกรดพรีเมียมจับกระชับมือพร้อมแถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัยหรือ On- centre mark และแป้นแพดเดิลชิฟต์เคลือบแมกนีเซียม
ห้องโดยสารของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ทำงานด้วยระบบดิจิทัลทั้งหมด ด้วยแผงหน้าปัดความชัดเจนสูงขนาด 12.4 นิ้ว และหน้าจอแบบสัมผัสตรงกลางขนาด 12 นิ้ว แสดงผลการเชื่อมต่อและระบบความบันเทิงผ่านระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A® รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ระบบเสียง Bang & Olufsen®iiii 8 ตำแหน่ง มอบประสบการณ์เสียงเหนือระดับระหว่างการผจญภัยครั้งใหม่
พระเอกหน้าใหม่จากฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์
ต้นกำเนิดของชื่อฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาจากทวีปอเมริกาเหนือ โดยวิศวกรฟอร์ดใช้กับรถกระบะสมรรถนะสูงหลายรุ่น เริ่มจากฟอร์ด F-150 SVT แร็พเตอร์ ในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งได้รับการยกระดับให้มีสมรรถนะในการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูง ฟอร์ดให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางด้านวิศวกรรมของระบบช่วงล่าง ยางออลเทอร์เรน และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
ใน พ.ศ. 2561 สมาชิกใหม่ของตระกูลฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ เปิดตัวสู่สาธารณชน ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ทำให้แบรนด์ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ เป็นที่รู้จักในลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เป็นเจ้าของรถกระบะออฟโรดตัวจริงทั่วโลก ด้วยการนำชื่อของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ออกสู่ตลาดในประเทศต่างๆ ครั้งแรก
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ยังสืบทอดดีเอ็นเอของการเป็นยานพาหนะที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยสมรรถนะเหนือชั้นที่ไม่เคยมีในตลาดรถกระบะขนาดกลางมาก่อน
“เรารู้ดีว่าลูกค้าคาดหวังที่จะเห็นฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น แต่ผมคิดว่าลูกค้าอาจจะไม่ได้คาดหวังไปถึงการพัฒนาแบบก้าวกระโดดแบบที่เราได้พัฒนาให้กับรถคันนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ จะเป็นรถกระบะที่ขับสนุกจริงๆ และผมเชื่อว่าสมรรถนะเหนือชั้นจะทำให้ลูกค้าตื่นเต้นเร้าใจแน่นอน” เดฟ กล่าวสรุป
หมายเหตุ
i รายละเอียดของรถอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ รายละเอียดเฉพาะสำหรับแต่ละประเทศจะมีการแจ้งให้ทราบก่อนการเปิดตัว
ii โหมดบาฮาใช้สำหรับการขับขี่ออฟโรดเท่านั้น
iii ล้อบีดล็อกเป็นชุดแต่งเพิ่มเติม และมีจำหน่ายเฉพาะในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
iv เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะเป็นเพียงเทคโนโลยีเสริมช่วยผู้ขับขี่เท่านั้น และไม่สามารถทดแทนสมาธิ การตัดสินใจ และการควบคุมรถของผู้ขับขี่ได้ โปรดศึกษารายละเอียดและข้อจำกัดต่างๆ จากคู่มือผู้ใช้รถ
v การใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ บนระบบ SYNC® 4A อาจไม่รองรับการทำงานบนโทรศัพท์บางรุ่น
vi BANG & OLUFSEN© 2022 และ B&O© 2022 โดย BANG & OLUFSEN™ และ B&O™ จดทะเบียนภายใต้เครื่องหมายการค้าของ Bang & Olufsen Group สงวนลิขสิทธิ์โดย Harman Becker Automotive Systems Manufacturing Kft