สุนทรพันธ์ เดชะเทศ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดเผยว่า “ผมรู้สึกภาคภูมิใจ ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำแบรนด์ ‘จี๊ป’ กลับมาทำตลาดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพราะ จี๊ป ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์ แต่เป็นไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต เรามีความพร้อมและมุ่งมั่น ที่จะมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ จี๊ป ในประเทศไทย ขอเชิญชวนทุกท่าน แวะมาชมสัมผัสจี๊ป ‘แรงเลอร์รูบิคอน’ เจ้าของฉายา ราชาออฟโรด ได้ที่บูธของเราครับ”
++‘The Legend Is Back’ การกลับมาของราชาออฟโรด ‘Jeep® WranglerRubicon®’
จี๊ป เป็นยนตรกรรมระดับตำนาน ที่มีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 80 ปี โดยเฉพาะรุ่น ‘แรงเลอร์’ ที่กำเนิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อันร้อนระอุช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยเกิดมาเพื่อใช้เป็นพาหนะสำหรับใช้ในกองทัพ จากนั้นจึงเริ่มจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไป และกลายเป็นขวัญใจของชาวอเมริกันรวมถึงผู้คนทั่วโลก เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และไม่จำกัดการใช้งานแค่การลุยไปบนเส้นทางออฟโรด แต่กลายเป็นพาหนะที่แสดงถึงความสนุกสนาน, อิสระ, การผจญภัย และความหลงใหลที่มีต่อยนตรกรรมประเภทนี้ ดังที่เห็นได้จากภาพยนต์ชื่อดังหลายเรื่อง ก็มักมีรถ จี๊ป ร่วมเข้าฉาก ในหลากหลายสถานการณ์ที่ต่างกัน
จี๊ป ประเทศไทย ทำตลาดด้วยรุ่น ‘แรงเลอร์ รูบิคอน’ คำว่า รูบิคอน (Rubicon) บ่งบอกว่าเป็นรุ่นสูงสุดในสายพันธุ์ แรงเลอร์ ซึ่ง รูบิคอน เป็นชื่อของเส้นทางออฟ-โรดสุดหฤโหดในแคลิฟอร์เนีย มีความยาวหลายสิบกิโลเมตร มีเพียงรถออฟ-โรดสมรรถนะสูงที่สามารถไปได้ตลอดรอดฝั่ง ก็คือ จี๊ป แรงเลอร์ เจ้าของฉายา ราชาออฟ-โรด จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน มากับตัวถัง 2 แบบ คือ 2 และ 4 ประตู ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของผู้ครอบครอง รูปลักษณ์บึกบึนและโดดเด่น แค่เห็นก็ทราบทันทีว่าเป็นรถ จี๊ป ฝากระโปรงหน้าติดตั้งสติ๊กเกอร์ ‘RUBICON’ และยางแบบ MUD-Terrain(โคลน) ที่ใช้ ก็แสดงให้เห็นว่าเกิดมาเพื่อลุยอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่ทำให้ จี๊ป แรงเลอร์ แตกต่างจากรถออฟ-โรดทั่วไปก็คือ การที่ตัวรถสามารถถอด-ประกอบได้หลายชิ้นส่วน อาทิ หลังคาและประตู แม้กระทั่งกระจกบังลมด้านหน้า ก็สามารถพับลงได้ตามแบบฉบับ จี๊ป พันธุ์แท้ จนเรียกว่าเกือบจะ ‘เปลือย’ ซึ่งชาวออฟ-โรดทราบดีว่าสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอรรถรสในการขับออฟ-โรดได้เป็นอย่างดีขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร 270 แรงม้า(hp) ที่ 5,250 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ผสานหลายระบบพิเศษ สำหรับการขับออฟ-โรดแบบสุดขั้ว ขณะที่ห้องโดยสาร ก็เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นั่งสบายทุกตำแหน่งด้วยบักเก็ตซีตหุ้มหนังแท้เกรดพรีเมียม มาตรวัดแบบอนาล็อก ขั้นกลางด้วยจอดิจิทัลอเนกประสงค์ แสดงข้อมูลได้หลากหลาย อาทิ สถานะเครื่องยนต์ รวมไปถึงมุมไต่ มุมเอียง ให้ผู้ขับได้ทราบพร้อมติดตั้งทัชสกรีนอเนกประสงค์ 8.4 นิ้ว กลางแดชบอร์ด ควบคุมระบบอินโฟเทนเมนท์ได้ง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส และเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มที่ ผ่านลำโพง Alpine9 ตำแหน่ง