โรสโกลด์ (ไทยแลนด์) เปิดแผนธุรกิจปี 2565 ชูกลยุทธ์ “Vision 10,000 ล้าน” ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายอีก 3 เท่าตัว ทุ่มงบการตลาดเพิ่มขึ้น 5 เท่า พร้อมบุกตลาดต่างประเทศ ยกระดับโรสโกลด์ ให้เป็นโกลบอลแบรนด์ ส่งผลิตภัณฑ์วางตลาดทุกไตรมาส นำร่องด้วย MIKU Sunscreen ผลิตภัณฑ์กันแดดเนื้อครีมที่พัฒนาร่วมกับแล็บชั้นนำของญี่ปุ่น เสริมไลน์สกินแคร์ พร้อมเสริมทัพตัวแทนจำหน่ายและติดอาวุธครบมือให้ตัวแทนฯด้วยแผนการตลาดและแผนการขายเต็มสูบ เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจหมื่นล้านภายใน 3 ปี
นาย ธันย์ธานิท กันต์นันท์ธร ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โรสโกลด์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2565บริษัทฯ วางเป้าหมายรายได้ธุรกิจไว้ที่ 2,000 ล้านบาท โดยมีแผนรุกตลาด 3 ด้านนั่นคือขยายไลน์และเปิดเพิ่มสินค้าใหม่อีก 3 รายการ รวมถึงทำตลาดผลิตภัณฑ์เดิมใน 2 กลุ่ม คือ สกินแคร์และ อาหารเสริม รวม 5 ผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการ Rebrand-Repackaging ทำแคมเปญส่งเสริมการขาย รวมไปถึงการขยายตัวแทนจำหน่ายบนแพล็ตฟอร์มออนไลน์เพิ่มอีกกว่า 100,000 ราย และขยายตลาดนำแบรนด์โรสโกลด์ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยบุกตลาดต่างประเทศทั้งในอาเซียน และ ในยุโรป
“หัวใจสำคัญของธุรกิจโรสโกลด์ คือ Product คุณภาพของสินค้าที่ต้องเป็นที่สุด เป็นพรีเมียม ระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ สินค้าของเราจะต้องคิดค้น วิจัย และผลิตในประเทศที่เป็น ‘ที่สุด’ ในไลน์ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ขณะเดียวกันเราก็วาง Pricing ตำแหน่งสินค้าไว้ในราคาที่สมเหตุสมผล” นายธันย์ธานิท กล่าว
ล่าสุด โรสโกลด์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “MIKU Sunscreen” กันแดดเนื้อครีมมีคุณสมบัติแตกตัวเป็นน้ำ ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ สบายผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำวาว ปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ ยูวีบี และแสงสีฟ้า (Anti-blue light)
นางสาว แวววรรณ กันต์นันท์ธร ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “MIKU Sunscreen เป็นตัวแรกที่เราเลือกเปิดตัวในซัมเมอร์นี้ เป็นการเติมเต็มกลุ่มสกินแคร์ที่เดิมมี คลีนซิ่งเจล ผลิตภัณฑ์แต้มสิว ครีมและเซรั่มบำรุงผิว เราค้นคว้าวิจัยร่วมกับแล็บที่เป็นที่สุดด้านการปกป้องผิวในประเทศญี่ปุ่นกว่า 2 ปี จนได้สูตร Sunscreen ที่ดีที่สุด และตอบโจทย์สำหรับผิวที่เซนซิทีฟ รวมถึงผิวทั่วไป ตั้งเป้าการขายไว้ที่ 1 ล้านชิ้นภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งหลังจากที่มีการเปิดพรีเซลล์ผ่านกับตัวแทนจำหน่ายเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เรามียอดขายอยู่ที่ 3 แสนชิ้นแล้ว”
ส่วนโมเดลธุรกิจของโรสโกลด์นั้น นางสาวแวววรรณ เปิดเผยว่า บริษัทฯคือผู้จัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพพรีเมียมผ่านตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ หรือเรียกว่าเป็นการขายส่ง ควบคู่กับทำการตลาดเพื่อสนับสนุนการขายให้แก่ตัวแทนจำหน่าย ซึ่งพาร์ทเนอร์หรือตัวแทนจำหน่ายจะมีรายได้จาก 2 ทาง คือ ขายปลีกให้ลูกค้า หรือ End User และขายส่งให้ตัวแทน โดยโรสโกลด์ไม่มีการให้ค่าคอมมิชชั่นจากการหาสมาชิกเพิ่มซึ่งแตกต่างจากธุรกิจขายตรง หรือ ธุรกิจ MLM ที่เน้นการสร้างเน็ตเวิร์ค
ขณะที่ตัวแทนจำหน่ายของโรสโกลด์ ก็จะได้รับการแนะนำ อบรมพัฒนาทักษะความรู้ 2 ด้านหลัก ๆ คือ การสื่อสารการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ การสร้างคอนเทนท์บนสื่อโซเชียล การใช้ SEO [search engine optimization] เบื้องต้นเพื่อเพิ่มการเข้าถึง การฝึกอบรมทักษะการตลาด เพื่อพัฒนาและต่อยอดธุรกิจ ที่ลงลึกในรายละเอียดแบบจับมือทำ เช่นการวางแผนธุรกิจ ขั้นตอนทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า เทคนิคการขาย การสื่อสารกับลูกค้า การใช้คำพูดที่เหมาะสมในการให้บริการลูกค้า รวมไปถึงการหาช่องทางการตลาด เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลูกค้าเป้าหมายแต่ละกลุ่ม บริษัทฯ จะมีการปรับแผน training อยู่ตลอดเวลา เพราะในธุรกิจออนไลน์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอด จึงต้องปรับตัวให้ทัน เพื่อให้แน่ใจว่าพาร์ทเนอร์จะสามารถเข้าใจและใช้เครื่องมือแพล็ตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งทาง Social Commerce และ E-Commerce ในการช่วยขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปี 2564 โรสโกลด์เติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 700% มีพาร์ทเนอร์เพิ่มขึ้น 618% ทั้งในประเทศ และเอเชีย เช่น สิงคโปร์ และจีน มูลค่าบริษัทปัจจุบันประมาณ1,500 ล้านบาท โดยรายได้ทั้งหมดมาจากการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 รายการผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
“ที่ผ่านมาต้องขอบคุณลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และทีมงาน ที่ร่วมกันนำพาโรสโกลด์ให้เติบโตและประสบความสำเร็จ โรสโกลด์จะยังคงยึดมั่นในหลัก ‘ความเป็นที่สุด’ นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ ขยายช่องทางการขายสู่ต่างประเทศ ที่สำคัญคือสร้างโอกาสธุรกิจให้พาร์ทเนอร์ และทำให้โรสโกลด์สามารถครองใจผู้บริโภคได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้” นาย ธันย์ธานิท สรุป