สำหรับแผนการสื่อสารการตลาด วิตอะเดย์ วิตามิน วอเตอร์ ได้มีการจัดทำโฆษณาตัวใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “VITADAY for EVERY DAY” เพื่อบอกให้ผู้บริโภคอย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการดื่มวิตอะเดย์ วิตามิน วอเตอร์ ทุกวัน โดยจะสื่อสารผ่านทั้งทางช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้ครอบคลุมและเกิดการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง โดยได้ให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ และการนำเสนอคอนเทนต์ที่มีลักษณะเจาะจงในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการรับสื่อของผู้บริโภคที่มีความแตกต่างกันอีกด้วย เราหวังว่าหนังโฆษณาชุดนี้ จะทำให้ วิตอะเดย์ วิตามิน วอเตอร์ เป็นน้ำดื่มวิตามินที่ทุกคนนึกถึงและมีติดตู้เย็นไว้บริโภคทั้งที่บ้านหรือที่ทำงานเพื่อการดูแลสุขภาพของทุกคนให้แข็งแรงในทุกวัน
ขณะที่ยันฮี วิตามิน วอร์เตอร์ มีการเปิดตัวยันฮี วิตามิน C กระชายขาว กลิ่นน้ำผึ้งมะนาว เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทางเลือกใหม่ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนี้จากปัจจุบันมีวางจำหน่าย 4 รสชาติ เครื่องดื่มผสมวิตามิน B รสเก๊กฮวยและเครื่องดื่มวิตามิน C รสเฉาก๊วย รสสตรอเบอร์รี่ และรสลิ้นจี่
เรียกได้ว่า เป็นการเสริมคุณค่าใหม่ๆ เข้าไปในตัวสินค้า นอกเหนือจากเรื่องของวิตามินซึ่งเป็นจุดขายเดิมๆ ของสินค้าประเภทนี้ เป็นการขยับตัวที่บ่งบอกทิศทางของตลาดได้ดีว่าจะมีการเพิ่มคุณค่าใหม่ๆ เข้าไป เพราะทั้งวิตอะเดย์ และยันฮี ต่างก็มีการพัฒนาสินค้าในแนวทางที่ว่านี้ออกมาให้เห็นในการทำตลาดในสเตปนี้
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การทำตลาดในสเตปนี้ของยันฮี วิตามิน วอเตอร์ จะมีการขยายช่องทางขายเพิ่มขึ้น โดยเริ่มขยับเพิ่มช่องทางขายผ่านร้านค้าที่เป็นโอเพ่นเทรด หรือร้านโชวห่วยเพิ่มขึ้น เพื่อขยายโอกาสในการขายเข้าสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ผ่านทางบริษัทจัดจำหน่ายอย่างโอสถสภา
นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มช่องทางการสั่งซื้อและจัดจำหน่ายมาทางออนไลน์มากขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์บนแพลตฟอร์มต่างๆ และจัดส่งน้ำดื่มวิตามินถึงบ้าน เพียงสั่งซื้อผ่านทาง LINE Official @yanheevitaminwater เพื่อตอบสนองการซื้อของลูกค้าให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
ถือเป็นการขยายช่องทางขายให้ครอบคลุมได้มากที่สุด เพื่อรองรับกับความต้องการที่มีเพิ่มมากขึ้น เป็นการขยับตัวของผู้นำตลาดที่ต้องการจะผลักดันให้ตลาดยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
จากปัจจัยสนับสนุนในเรื่องของการตื่นตัวในการมองหาเครื่องดื่มที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในภาวะที่คนไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ทำให้เครื่องดื่มวิตามิน วอเตอร์ เข้ามาเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ด้วยการที่ตลาดไม่มี Barrier of Entry ทำให้มีแบรนด์ใหม่ๆ เข้าตลาดอย่างต่อเนื่อง
ทำให้มีการมองกันว่า วิตามิน วอเตอร์ กำลังเดินตามรอยของตลาดชาเขียวในอดีตที่มีสินค้าอยู่ในตลาดทีเดียว 30 – 40 แบรนด์
การขยับตัวของเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ในตลาด จึงเป็นอีกการรับมือกับการแข่งขันที่ทะเลของวิตามิน วอร์เตอร์ เริ่มเปลี่ยนจากสีน้ำเงินคราม มาเป็น สีแดงเดือดมากขึ้นนั่นเอง.....