เอทูล ทูลิ กรรมการผู้จัดการ เอสเอพี อินโดไชน่า กล่าวว่า “โควิดเป็นตัวเร่งให้ภาคธุรกิจ ตลอดจนภาครัฐ หันมาให้ความสำคัญกับการทำ Digital Transformation และ การใช้งานโซลูชั่นบนระบบคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อปูทางสู่ความยั่งยืน รวมถึงยกระดับการทำงานท่ามกลางความไม่แน่นอน องค์กรธุรกิจจึงจำเป็นต้องมองหาระบบ ERP บนคลาวด์ ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจแบบ end-to-end สามารถวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ และวางแผนรับมือได้ทันท่วงที”
“ปัจจุบัน ธุรกิจยังสามารถย้ายการใช้งานไปยังระบบคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย พร้อมความสามารถในการปรับขนาดตามการใช้งาน เพื่อลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) สำหรับก้าวต่อไปในการเดินหน้ากลยุทธ์ ‘คลาวด์ยืนหนึ่ง’ (Cloud Only Strategy) นี้ จะผลักดันให้อัตราการเติบโตบริการโซลูชั่นบนระบบคลาวด์เฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นของ เอสเอพี ประเทศไทย สู่ 51% ภายในปี 2568” เอทูล กล่าวเสริม
‘ความยั่งยืน’ ตัวแปรสำคัญของธุรกิจยุค Next Normal
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น พร้อมกันนี้ บริษัทต่างๆ ในประเทศไทยควรปรับกระบวนทัศน์การทำธุรกิจ จาก เศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy) ซึ่งผลิตของเสียมากกว่า 91% ผ่านการผลิตแบบดั้งเดิม มาเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยวิธีการที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่และลดของเสียให้น้อยที่สุด
กุลวิภา ประดิษฐผลเลิศ ผู้อำนวยการธุรกิจทั่วไป เอสเอพี อินโดไชน่า กล่าวว่า “เอสเอพี มีความเชี่ยวชาญในการใช้ประโยชน์จากเรียลไทม์ดาต้า ผสานเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้องค์กรมองไปข้างหน้าและสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาความยั่งยืน ที่ผ่านมา เราสนับสนุนลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจค้าปลีก, Healthcare, เคมีภัณฑ์, E-Commerce เป็นต้น ผนวกโซลูชั่นครอบคลุมตั้งแต่งานด้าน Supply Chain, ระบบจัดซื้อ, บริหารทรัพยากรบุคคล ไปจนถึง โซลูชั่นบริหารประสบการณ์ลูกค้า ล่าสุด เอสเอพี ประเทศไทย ยังได้ร่วมมือกับ South City Group เริ่มใช้งานโซลูชั่น RISE with SAP ที่เน้นข้อมูลเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน”
เอสเอพี มุ่งมั่นช่วยให้โลกดำเนินงานได้ดีขึ้นและปรับปรุงชีวิตของผู้คน จึงดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมด้วยแนวทาง "Chasing Zero” ได้แก่ การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์, การสร้างของเสียเป็นศูนย์ และ ผลักดันความไม่เท่าเทียมกันเป็นศูนย์ นอกจากนี้ ยังได้เดินหน้าเสริมศักยภาพเยาวชน ผ่านโครงการมากมาย ทั้งการร่วมกับมูลนิธิอาเซียน จัดการแข่งขัน ASEAN Data Science Explorers ติดอาวุธทางดิจิทัลและทักษะที่จำเป็น ให้แก่เยาวชนในอาเซียนมากกว่า 32,000 คน รวมถึง โครงการ SAP University Alliances นำโซลูชั่นของ เอสเอพี ไปใช้ในหลักสูตรผ่านเครือข่ายสถาบันการศึกษามากกว่า 80 แห่งทั่วอาเซียน