มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา โตโยต้ามียอดขาย 240,137 คัน ลดลง 2.0% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 96,606 คัน เพิ่มขึ้น 10.7% รถเพื่อการพาณิชย์ 143,531 คัน ลดลง 9.1% และรถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) เป็นส่วนหนึ่งของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ 133,458 คัน ลดลง 10.1%
ด้านการส่งออกในปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 299,385 คัน ลดลง 6% คิดเป็นมูลค่า 159,321 ล้านบาท ตลอดจนการส่งออกชิ้นส่วน มูลค่า 65,387 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการส่งออกที่นำรายได้กลับสู่ประเทศไทยเป็นเงินทั้งสิ้น 224,708 ล้านบาท
สถิติโดยรวมของการขายรถยนต์ ในปี 2560*
| ยอดขายปี 2560 | เปลี่ยนแปลง เทียบปี 2559 |
ปริมาณการขายรวม | 870,748 คัน | +13.3% |
รถยนต์นั่ง | 345,501 คัน | +23.5% |
รถเพื่อการพาณิชย์ | 525,247 คัน | + 7.4% |
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) | 424,282 คัน | +7.7% |
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) | 364,706 คัน | +9.4% |
*หมายเหตุ: ตัวเลขยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2560 เป็นตัวเลขประมาณการ ณ วันที่ 12 มกราคม 2561
สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้า ในปี 2560
ปริมาณการขายโตโยต้า 240,137 คัน ลดลง 2.0% ส่วนแบ่งตลาด 27.6%
รถยนต์นั่ง 96,606 คัน เพิ่มขึ้น 10.7% ส่วนแบ่งตลาด 28.0%
รถเพื่อการพาณิชย์ 143,531 คัน ลดลง 9.1% ส่วนแบ่งตลาด 27.3%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 133,458 คัน ลดลง 10.1% ส่วนแบ่งตลาด 31.5%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 109,988 คัน ลดลง 8.7% ส่วนแบ่งตลาด 30.2%
แนวโน้มตลาดรถยนต์ในประเทศปี 2561 มีปัจจัยบวกเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของ GDP ที่ 3.9%* รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ และภาคเอกชน ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีส่วนในการกระตุ้นตลาดให้เติบโต และการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่จากหลายค่ายรถยนต์ต่างๆ
โตโยต้ายังคาดการณ์ว่า ตลาดรถยนต์โดยรวมในประเทศปี 2561 จะอยู่ในระดับ 900,000 คัน เพิ่มขึ้น 3.4% จากปีก่อน
ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศ ปี 2561
ปริมาณการขายรวม 900,000 คัน เพิ่มขึ้น 3.4%
รถยนต์นั่ง 352,000 คัน เพิ่มขึ้น 1.9%
รถเพื่อการพาณิชย์ 548,000 คัน เพิ่มขึ้น 4.3%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 424,000 คัน ลดลง 0.1%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 364,000 คัน ลดลง 0.2 %
โตโยต้าตั้งเป้าหมายการขายสำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศปีนี้ไว้ที่ 300,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 113,000 คัน เพิ่มขึ้น 17.0% รถเพื่อการพาณิชย์ 187,000 คัน เพิ่มขึ้น 30.3% และ รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ 157,000 คัน เพิ่มขึ้น 17.6%
แม้ว่าในปีที่ผ่านมา โตโยต้าจะปิดเป้าการขายได้เพียง 240.137 คัน แต่ปัจจัยที่ทำให้โตโยต้ามั่นใจว่า จะสามารถสร้างยอดขายในปีนี้ได้ถึง 300,000 คัน เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ คือ ยาริส ATIV โฉมใหม่ เมื่อเดือนกันยายน และการเปิดตัวไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่ เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองรุ่นจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดีในปีนี้ อีกทั้งยังได้แรงส่งจากการเปิดตัวโตโยต้า C-HR ในเดือนมีนาคมนี้ ก็เชื่อว่าจะทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นอีกกว่า 60,000 คัน ได้ไม่ยากนัก
ขณะที่เป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้ คาดว่าจะสามารถรักษายอดส่งออกไว้ที่ระดับ 300,000 คัน เนื่องมาจากผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญ
ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้า ในปี 2561
ปริมาณการขายรวม 300,000 คัน เพิ่มขึ้น 24.9% ส่วนแบ่งตลาด 33.3%
รถยนต์นั่ง 113,000 คัน เพิ่มขึ้น 17.0% ส่วนแบ่งตลาด 32.1%
รถเพื่อการพาณิชย์ 187,000 คัน เพิ่มขึ้น 30.3% ส่วนแบ่งตลาด 34.1%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 157,000 คัน เพิ่มขึ้น 17.6% ส่วนแบ่งตลาด 37.0%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 133,000 คัน เพิ่มขึ้น 20.9% ส่วนแบ่งตลาด 36.5%
*หมายเหตุ: ตัวเลขการเติบโตของ GDP เป็นตัวเลขประมาณการ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2560
“โตโยต้าขอแสดงความขอบคุณภาครัฐที่ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายส่งเสริมรถยนต์ไฮบริด หลังจากที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับกรมสรรพสามิต โตโยต้าตัดสินใจขยายการลงทุน ด้วยการลงทุนสายการผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ ที่โรงงานโตโยต้าเกตเวย์ และเราจะยังคงพัฒนายนตรกรรมให้ดียิ่งขึ้นเพื่อนำเสนอตัวเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค
เราพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของโตโยต้า (New Era of Toyota) ด้วย 4 เทคโนโลยีใหม่ซึ่งจะเป็นมาตรฐานของยานยนต์ในอนาคต ประกอบด้วย ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่ นวัตกรรมโครงสร้างใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ระบบความปลอดภัยใหม่ที่มีมาตรฐานระดับโลก และระบบนำทางและเชื่อมต่อผู้ขับขี่กับรถยนต์ (Toyota T-connect Telematics) ทั้งหมดนี้เราเริ่มนำเสนอเป็นครั้งแรกใน รถซับคอมแพคเอสยูวีรุ่นใหม่ TOYOTA C-HR”
อย่างไรก็ตาม นโยบายของภาครัฐ มีการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) ให้มีเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการส่งเสริมรถยนต์ไฮบริดด้วย โดยโตโยต้าเชื่อว่า ตลาดจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคของการใช้รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น แต่จะยังไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นการปรับเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ โดยเริ่มจากการ ผ่านจากไฮบริด และไปอีวี และเอชอีวีต่อไปในอนาคต
โดยในช่วง 10 ปีนับจากนี้ คาดว่าตลาดจะยังเป็นไฮบริดอยู่ถึง 80% เนื่องจากอีวียังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ ในส่วนของโตโยต้า ปีนี้จะเน้นการทำตลาดที่รถไฮบริดก่อน
ภาพรวมของปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนธันวาคม 2560*
1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 103,400 คัน เพิ่มขึ้น 19.0%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 31,382 คัน เพิ่มขึ้น 11.9% ส่วนแบ่งตลาด 30.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 15,442 คัน ลดลง 0.5% ส่วนแบ่งตลาด 14.9%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 14,463 คัน เพิ่มขึ้น 39.8% ส่วนแบ่งตลาด 14.0%
2.) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 40,700 คัน เพิ่มขึ้น 38.1%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 12,244 คัน เพิ่มขึ้น 32.9% ส่วนแบ่งตลาด 30.1%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 10,629 คัน เพิ่มขึ้น 57.7% ส่วนแบ่งตลาด 26.1%
อันดับที่ 3 นิสสัน 4,493 คัน เพิ่มขึ้น 81.0% ส่วนแบ่งตลาด 11.0%
3.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up + PPV) ปริมาณการขาย 50,459 คัน เพิ่มขึ้น 8.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 18,076 คัน เพิ่มขึ้น 2.4% ส่วนแบ่งตลาด 35.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 13,982 คัน ลดลง 1.0% ส่วนแบ่งตลาด 27.7%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 6,377 คัน เพิ่มขึ้น 32.9% ส่วนแบ่งตลาด 12.6%
*ในตลาดกระบะขนาด 1 ตัน มีปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (PPV) จำนวน 7,903 คัน แบ่งเป็น โตโยต้า 3,386 คัน / มิตซูบิชิ 2,127 คัน / อีซูซุ 1,326 คัน / ฟอร์ด 970 คัน และเชฟโรเลต 94 คัน
4.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 42,556 คัน เพิ่มขึ้น 7.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 14,690 คัน เพิ่มขึ้น 1.4% ส่วนแบ่งตลาด 34.5%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 12,656 คัน ลดลง 1.9% ส่วนแบ่งตลาด 29.7%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 5,398 คัน เพิ่มขึ้น 34.7% ส่วนแบ่งตลาด 12.7%
5.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 62,700 คัน เพิ่มขึ้น 9.3%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 19,138 คัน เพิ่มขึ้น1.6% ส่วนแบ่งตลาด 30.5%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 15,442 คัน ลดลง 0.5% ส่วนแบ่งตลาด 24.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 6,694 คัน เพิ่มขึ้น 35.7% ส่วนแบ่งตลาด 10.7%
*หมายเหตุ: ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือนธันวาคม 2560 เป็นตัวเลขประมาณการ ณ วันที่ 12 มกราคม 2561
สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – ธันวาคม 2560*
1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 870,748 คัน เพิ่มขึ้น 13.3%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 240,137 คัน ลดลง 2.0%ส่วนแบ่งตลาด 27.6
อันดับที่ 2 อีซูซุ 160,550 คัน เพิ่มขึ้น 12.1% ส่วนแบ่งตลาด 18.4%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า127,768 คัน เพิ่มขึ้น 19.0% ส่วนแบ่งตลาด 14.7%
2.) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 345,501 คัน เพิ่มขึ้น 23.5%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 96,606 คัน เพิ่มขึ้น 10.7% ส่วนแบ่งตลาด 28.0%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 95,078 คัน เพิ่มขึ้น 21.7% ส่วนแบ่งตลาด 27.5%
อันดับที่ 3 มาสด้า 36,769 คัน เพิ่มขึ้น 34.3% ส่วนแบ่งตลาด 10.6%
3.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up + PPV) ปริมาณการขาย 424,282 คัน เพิ่มขึ้น 7.7%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 146,165 คัน เพิ่มขึ้น 13.4% ส่วนแบ่งตลาด 34.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 133,458 คัน ลดลง10.1% ส่วนแบ่งตลาด 31.5%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 52,664 คัน เพิ่มขึ้น 39.2% ส่วนแบ่งตลาด 12.4%
*ในตลาดรถกระบะ 1 ตัน มีปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (PPV) เป็นจำนวน 59,576 คัน แบ่งเป็น โตโยต้า 23,470 คัน / มิตซูบิชิ 14,454 คัน / อีซูซุ 12,371 คัน / ฟอร์ด 8,131 คัน และเชฟโรเลต 1,150 คัน
4.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 364,706 คัน เพิ่มขึ้น 9.4%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 133,794 คัน เพิ่มขึ้น 11.5% ส่วนแบ่งตลาด 36.7%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 109,988 คัน ลดลง 8.7% ส่วนแบ่งตลาด 30.2%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 44,533 คัน เพิ่มขึ้น 44.4% ส่วนแบ่งตลาด 12.2%
5.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 525,247 คัน เพิ่มขึ้น 7.4%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 160,550 คัน เพิ่มขึ้น 12.1% ส่วนแบ่งตลาด 30.6%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 143,531 คัน ลดลง 9.1% ส่วนแบ่งตลาด 27.3%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 55,585 คัน เพิ่มขึ้น 39.0% ส่วนแบ่งตลาด 10.6%
*หมายเหตุ: สถิติการจำหน่ายรถยนต์รวมปี 2560 เป็นตัวเลขประมาณการ ณ วันที่ 12 มกราคม 2561