อภิชาติ ประสิทธินฤทธิ์ ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการพิจารณาร่าง พรบ.ส่งเสริม SME และ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า “โครงการ MILLIONAIRE FAST-LANE II เป็นโครงการที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทย มีส่วนช่วยผลักดันให้พัฒนาศักยภาพของธุรกิจตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดนำไปสู่การส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลกได้สำเร็จ ด้านการพัฒนาธุรกิจ SME ต้องเข้าใจรูปแบบของปัญหาและเน้นกระบวนการกระจายความสนับสนุนในแนวกว้าง โดยประเด็นของปัญหาที่เป็นอุปสรรคของ SMEs โดยหลัก ๆ จะมีในเรื่องของการเข้าถึงข้อมูล BIG DATA ที่ช่วยในการตัดสินใจ และ จัดการธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งทุนทั้งในด้านขั้นตอน กระบวนการพิจารณา และหลักทรัพย์ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งความรู้ และความเข้าใจในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม รวมถึงเศรษฐกิจการค้าจากผลของ INTERNET OF THINGS (IOT)”
“สำหรับบริษัท SMEs ในไทย ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ยปีละ 7-9% และจำนวนผู้ประกอบการธุรกิจในไทย แบ่งเป็น SMEs ประมาณ 2 ล้านราย และกลุ่มขับเคลื่อน GDP หรือธุรกิจรายใหญ่ ประมาณ 2,000 ราย นอกจากนี้ได้รองรับการจ้างงานประมาณ 70% การผลิตของ SMEs ส่วนใหญ่ขายในประเทศ 70% ส่งออก 30% ซึ่งปัจจุบันมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ด้านการส่งเสริม SMES HIGH GROWTH SECTOR เพื่อสร้างการเติบโตด้วยการสนับสนุนระหว่างภาครัฐและเอกชน อาทิ R&D, LOAN INNOVATION GRANTS, BUSINESS ANGEL FINANCE & VENTURE FINANCE และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPOs) รวมถึงการสนับสนุนการส่งออก เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญต่อกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในแนวโน้มกระแสโลก (GLOBAL MEGA TREND SMEs)”
“ด้านนวัตกรรมสมัยใหม่สอดคล้องกับแนวคิดสีเขียว นวัตกรรมที่ดูแลสิ่งแวดล้อม (SMART IS THE NEW GREEN) นวัตกรรมสู่ความเป็นศูนย์ และส่งเสริมธุรกิจที่พัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะ SMEs ที่พัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน รวมถึงปัจจัยที่ส่งเสริมสุข”