ธีรภัทร พงศ์เมธี ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ไฮเนเก้น กลุ่มบริษัท ทีเอพี บอกกับเราว่า เนื่องจากเป็นเบียร์ รสชาติขมน้อยจึงสามารถดื่มได้ทุกโอกาส ไฮเนเก้น ซิลเวอร์ จึงเป็นตัวที่จะช่วยสร้าง Everyday Occasion ซึ่งแน่นอนว่า จะทำ ให้ภาพรวมของตลาดเบียร์พรีเมียมของบ้านเรามีความคึกคักมากขึ้น
ไฮเนเก้นเลือกใช้มิวสิก มาร์เก็ตติ้ง เป็นกลยุทธ์หลักในการทำตลาดช่วงลอนช์สินค้าใหม่ โดยธีรภัทร บอกว่า เป็น กลยุทธ์ที่ไฮเนเก้นมีความเชี่ยวชาญจากการนำกลยุทธ์มิวสิก มาร์เก็ตติ้งระดับโกลบอลมาปรับใช้ในการทำตลาดบ้านเรามา นาน โดยเดินหน้าจัดกิจกรรมกับตลาด On-premise ร้านอาหารและผับบาร์ เพื่อสร้างให้เกิดการรับรู้ในตราสินค้าและทดลอง ผลิตภัณฑ์ ณ จุดขาย
พร้อมระเบิดประสบการณ์ในงานเทศกาลดนตรีที่ไม่ซ้ำใคร “มหรสพ มิวสิก เฟสติวัล” (Maho Rasop Festival) ที่ได้ ร่วมงานกับโปรโมเตอร์พันธมิตรที่กลุ่ม Zennials ชื่นชอบอย่าง “ฟังใจ – Fungjai” เป็นการเชื่อมโยงแบรนด์และกลุ่มผู้บริโภค ให้เกิดประสบการณ์ร่วมกันแบบสมูทกว่าที่คิด ซึ่งการจัดกิจกรรมทางดนตรีสอดคล้องกับผลการสำรวจพฤติกรรมของกลุ่ม ผู้บริโภคเป้าหมายที่ระบุว่า เทรนด์และความบันเทิงเป็น 2 ความชอบหลักของกลุ่ม Zennials และพวกเขามักยินดีจ่ายเพื่อ ประสบการณ์ และพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมประเภท “ปาร์ตี้” (Party) “การพบปะผู้คน” (Social) และ “ฉลองโอกาส พิเศษ” (Special Celebration)
“ไฮเนเก้น มีความแข็งแกร่งในช่องทางขายแบบออนเทรด หรือร้านอาหาร ผับ บาร์ ซึ่งจะถูกนำมาใช้ ต่อยอดในการทำตลาดไฮเนเก้น ซิลเวอร์ โดยสัดส่วนการขาย 75% จะมาจากออนเทรด ขณะที่อีก 25% จะมาจาก ช่องทางขายแบบออฟเทรดที่เป็นร้านโมเดิร์นเทรดเป็นหลัก”
ส่วนงบในการทำแคมเปญช่วงเปิดตัวสินค้าจะใช้มากเป็น 2 เท่าจากการทำแคมเปญทั่วไป โดยไฮเนเก้นคาดหวังใน เรื่องของการสร้างอะแวร์เนสให้ไฮเนเก้น ซิลเวอร์ ถึง 90% ในช่วงของการทำแคมเปญถึงสิ้นปีนี้ รวมถึงการสร้างการทดลองดื่ม ผ่านการทำมิวสิก มาร์เก็ตติ้งที่เข้าไปเป็นสปอนเซอร์ชิฟ
เป็นอีกหนึ่งสีสันที่ไฮเนเก้นคาดหวังว่าจะเข้ามาช่วยกระตุ้นการเติบโต พร้อมๆ กับการนำแบรนด์เข้าไปอยู่ในกระแส ของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มตัว......