ส่วนการรุกเปิดสาขาในค้าปลีกกลุ่มอื่นๆ นั้น ยังคงมีการเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มฟู้ด ที่เปิดตัว Tops CLUB โมเดลธุรกิจใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย อาณาจักรที่รวบรวมสินค้านำเข้า และสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ดังจากทั่วโลกกว่า 3,500 รายการ จำหน่ายเฉพาะที่นี่ที่เดียว ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ในราคาสุดพิเศษสำหรับสมาชิกเท่านั้น (Exclusive membership price) โดยร้าน Tops CLUB แฟลกชิฟสโตร์ จะพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการสาขาแรกปลายเดือนกันยายนนี้ ย่านพระราม 2
นอกจากนี้ ยังมีการขยายโมเดลท็อปส์ สแตนด์อโลน เพิ่มอีก 2 สาขา หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับ ท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาพัฒนาการ 30 และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาสุขุมวิท 39
ไม่เพียงเท่านั่น ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำ Urban Supermarket ในเวียดนาม ด้วยการเปิดท็อปส์ มาร์เก็ตเพิ่ม 2 สาขาในนครโฮจิมินห์ และเปิด go! Supermarket เพิ่ม 2 สาขา ได้แก่ สาขา Baria และ Binh Duong ทำให้ในปี 2565 ทั้งประเทศเวียดนาม จะมีท็อปส์ มาร์เก็ต 10 สาขา และ go! Supermarket 4 สาขา
ขณะที่กลุ่มแฟชั่น จะมีการเปิดห้างสรรพสินค้าโรบินสันเพิ่ม 2 สาขา ได้แก่ ถลาง (เปิด 25 สิงหาคม) และราชพฤกษ์ (เปิดเดือนตุลาคม) ทำให้ปี 2565 นี้ มีห้างสรรพสินค้าโรบินสันทั้งหมด 51 สาขา พร้อมกับรีโนเวทห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล 4 สาขา ได้แก่ พระราม 2 ลาดพร้าว ชิดลม และรามอินทรา รวมถึงรีโนเวทห้างรีนาเชนเต ประเทศอิตาลี 2 สาขา ได้แก่ มิลาน และโรม ฟิอูเม
ส่วนกลุ่มฮาร์ดไลน์จะเปิดไทวัสดุ และไทวัสดุ x บีเอ็นบีโฮม ไฮบริด ฟอร์แมต เพิ่ม 8 สาขา อาทิ สาขา บางแสน, น่าน, บางบอน ทำให้ปี 2565 นี้ มีไทวัสดุทั้งหมด 67 สาขา
และสุดท้ายกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ นอกจากแผนการเปิดตัวศูนย์การค้าแบรนด์ใหม่ คือ go! แล้ว ในครึ่งปีหลังนี้ยังจะมีการเปิดศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เพิ่ม 2 สาขา ได้แก่ ถลาง ในวันที่ 25 สิงหาคม นี้ และราชพฤกษ์ ในเดือนตุลาคม ทำให้ปี 2565 นี้ จะมีศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ทั้งประเทศรวม 27 สาขา