คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (ทีเส็บ) กล่าวถึงบทบาทของทีเส็บว่า มีการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ได้แก่
- ภาครัฐ มีการประสานงานความร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักเดินทางและนำเข้าสิ่งของสำหรับการจัดกิจกรรมไมซ์ อีกทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกอุตสาหกรรมไมซ์ หรือ Thailand MICE One Stop Service ในรูปแบบออนไลน์ ช่วยลดขั้นตอนการติดต่อ ลดระยะเวลา และลดความผิดพลาดในการจัดงานไมซ์
- ภาคเอกชนและผู้ประกอบการ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับสมาคมทางด้านอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดงานไมซ์ในทุกมิติ
- ภาคการศึกษา โดยลงพื้นที่พัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมไมซ์อย่างมืออาชีพ ทั้งยังจัดตั้งศูนย์เครือข่ายด้านการศึกษาไมซ์ ซึ่งขณะนี้มีทั้งสิ้น 11 ศูนย์ กระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
- และภาคท้องถิ่น โดยส่งเสริม พัฒนาความรู้ และร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อรองรับการจัดงานไมซ์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ
อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทั้งเหตุการณ์โรคระบาด ความแปรปรวนทางเศรษฐกิจ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ก่อเกิดวิกฤตพลังงานและอาหาร ตลอดจนภาวะโลกร้อน ล้วนส่งผลให้ความต้องการของผู้คนและการดำเนินธุรกิจต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงอุตสาหกรรมไมซ์ที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และกระแสโลก อย่างเรื่องความยั่งยืนของสถานที่จัดงาน ความปลอดภัย ตลอดจนเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวก
สำหรับยุค New Normal ที่เกิดขึ้นนี้ ทีเส็บคงทำงานในรูปแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องปรับบทบาทเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว รวมถึงเทรนด์ใหม่ที่กำลังเป็นกระแสของโลก เราจึงมีการปรับวิสัยทัศน์ผ่านแผนการทำงาน 5 ปีต่อจากนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ทั้งนี้ แผนการทำงาน 5 ปี ประกอบด้วย
- Sustainability รองรับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 (UN Agenda 2030) ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ลงนามรับรองวาระการพัฒนาดังกล่าวร่วมกันให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ภายในปี พ.ศ. 2579 หรือ ค.ศ. 2030 ดังนั้นประเด็น Sustainability จึงถูกนำมาเป็นแกนหลักในการทำงานของทีเส็บตามเทรนด์ของโลกที่กำลังจะก้าวไป
“ตอนนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ โดยเฉพาะลูกค้ายุโรปและอเมริกามี Requirement ที่เปลี่ยนไป มากกว่า 70% ต้องการสถานที่จัดงานที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีความเป็นธรรมในการดูแลแรงงาน ส่งเสริมความเท่าเทียมกัน และเคารพความแตกต่างของความเป็นมนุษย์ ดังนั้น เราจำเป็นต้องเข้าไป Educate ตลาด และสนับสนุนให้เกิด Facility เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่มีความต้องการดังกล่าว”
- BCG (Bio-Circular-Green Economy) เป็นการให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจหมุนเวียนในการจัดงาน ตอบโจทย์ Climate Change ที่จะเป็นกระแสที่ใหญ่ที่สุดของโลก ดังนั้น ระบบการจัดงานต้องเป็นไปตามหลัก 3Rs คือ Reduce Reuse และ Recycle รวมถึงการเพิ่มกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emission ภายในปี ค.ศ. 2050 ทั้งนี้ ทีเส็บ ได้เข้าไปจับมือกับโครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ส่งเสริมให้คนในพื้นที่ชุมชนร่วมปลูกป่า หรือหากเป็นกลุ่มคอร์ปอเรทที่มีการจัดประชุมก็ต้องส่งเสริมให้จัดประชุมแบบชดเชยคาร์บอน ด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชย เป็นต้น