หากดูภาพรวมผลการดำเนินงานอุตสาหกรรมไมซ์ในปีที่ผ่านมา เราจะพบว่ามีจำนวนนักเดินทางไมซ์ทั้งสิ้น 25.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 43.47% แบ่งเป็นนักเดินทางไมซ์ภายในประเทศ 24.1 ล้านคน และนักเดินทางไมซ์นานาชาติ 1.16 ล้านคน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศรวมมูลค่า 1.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.27% แบ่งเป็นรายได้จากนักเดินทางไมซ์ในประเทศ 7.8 หมื่นล้านบาท และรายได้จากนักเดินทางไมซ์นานาชาติ 6.9 หมื่นล้านบาท
จากผลงานดังกล่าว ต้องยอมรับว่า “ทีเส็บ” มีส่วนสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้ก้าวหน้าขึ้นทุกปี และถือเป็นต้นแบบของหน่วยงานภาครัฐกลุ่มองค์การมหาชนที่ควรยกย่อง การันตีด้วยรางวัล Thailand’s most Admired Company ประจำปี 2024-2025 ซึ่งเป็นการคว้ารางวัลบนเวทีนี้ 6 ปีติดต่อกัน แต่ปีนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เนื่องจากทีเส็บมีคะแนนปัจจัยที่โดดเด่น 5 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Business Performance) ภาพลักษณ์แบรนด์ของกิจการ (Corporate Image) การบริหารงานการจัดการ (Management) และการให้บริการที่ดี (Excellence Service)
จากความสำเร็จด้านตัวเลขในปีที่แล้ว มาจากการที่ทีเส็บตัดสินใจลงทุนทำวิจัยหัวข้อ MICE Foresight ว่าด้วยอนาคตของอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อให้ทราบทิศทางที่จะนำมาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดแผนกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่ออยู่รอดและเพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขัน
เป็นที่มาของการกำหนดแนวทางในอนาคตเพื่อผลักดันประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นแหล่งประชุมที่ให้มูลค่าและคุณค่าสูง (High Value-Added Destination) และสร้างกลยุทธ์ใหม่ โดยผสมผสานอัตลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านการใช้นวัตกรรม/ความคิดสร้างสรรค์และกระชับการทำงานร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน
จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า แนวทางนี้จะสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นและคุณค่าให้แก่กิจกรรมไมซ์ที่จัดในประเทศไทย ซึ่งเราหวังว่าในอีกสิบปีข้างหน้า ภาพลักษณ์ไมซ์ไทยจะชัดเจนในฐานะแหล่งประชุมที่มีคุณค่าสูง เพิ่มบทบาทไทยในการกระตุ้นไมซ์ทั่วเอเซีย เป็น Springboard of ASIA's Growth ภาคธุรกิจมีความก้าวหน้า มั่นคง
ปีนี้ทีเส็บยังเดินหน้าไปต่อ ต้นปีประเดิมเปิดตัว "MICE Data Platform" แพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระดับสากล เป็นเครื่องมือสำคัญในการรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนและพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ของอุตสาหกรรมไมซ์ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2568 - 2570) ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูล ส่งเสริมการใช้ข้อมูลในอุตสาหกรรมไมซ์ และยกระดับธรรมาภิบาลข้อมูล
ทั้งนี้ MICE Data Platform จัดได้ว่าเป็นการสร้างอีโคซิสเต็มที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล เพราะเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมโทรคมนาคม อุตสาหกรรมการเงิน อุตสาหกรรมด้านการวิจัย เข้ามาใช้บริการสำคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- ข้อมูลอัจฉริยะในรูปแบบ Interactive Dashboard: รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ICCA, WEF, GDS และ CEIC เพื่อแสดงสถิติอุตสาหกรรมไมซ์ของไทย เปรียบเทียบศักยภาพกับประเทศในภูมิภาค และวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
- การเชื่อมโยงข้อมูลกับ Travel Link: ร่วมมือกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Travel link ในการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้ข้อมูลมีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
- บทวิเคราะห์เชิงลึก (Insight Report): วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ
- บริการเผยแพร่ข้อมูลสาธารณะ (Open Data) และ API (Application Programming Interface): เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดได้
ผู้อำนวยการ ทีเส็บ ยังกล่าวถึงงานระดับนานาชาติขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพตลอดปีนี้ ได้แก่ ViV Asia 2025 ในวันที่ 12-14 มี.ค. เป็นงานแสดงสินค้าด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และสัมมนาสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ และสัตว์น้ำครบวงจร สำหรับภูมิภาคเอเชีย ผู้ร่วมงานประมาณ 45,000 คน, International Diabetes Federation (IDF) World Diabetes Congress 2025 ในวันที่ 7-10 เม.ย. ซึ่งเป็นครั้งแรกที่การประชุมนี้จัดขึ้นในภูมิภาคอาเซียน ผู้ร่วมงานประมาณ 10,000 คน , Asia Pacific Life Insurance Congress (APLIC 2025) ในวันที่ 27-29 พ.ค. เป็นงานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ของตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินแห่งเอเชียแปซิฟิก ผู้ร่วมงานประมาณ 10,000 คน, THAIFEX-Anuga Asia 2025 ในวันที่ 27-31 พ.ค. งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำของเอเชีย ผู้ร่วมงานประมาณ 85,000 คน, Thailand Coffee Fest 2025 ในเดือนก.ค. งานเทศกาลที่สนับสนุนวงการกาแฟไทย ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้ร่วมงานประมาณ 100,000 คน, Bangkok International Digital Content Festival 2025 ในเดือนส.ค. เป็นงานเทศกาลด้านดิจิทัลคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผู้ร่วมงานประมาณ 10,000 คน และ IEEE PES GTD Grand International Conference and Exposition Asia Bangkok 2025 ในวันที่ 26-29 พ.ย. เป็นงานประชุมวิชาการเพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการด้านไฟฟ้า และพลังงานชั้นนำจากทั่วโลก ผู้ร่วมงานประมาณ 10,000 คน เป็นต้น
แน่นอนว่าการได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเจ้าภาพ และสนับสนุนการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ซึ่งทีเส็บคาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 2568 ประเทศไทยจะมีนักเดินทางไมซ์รวมทั้งสิ้น 34 ล้านคน ทำรายได้ 2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดต่างประเทศ 1.4 ล้านคน รายได้ 9.2 หมื่นล้านบาท และตลาดในประเทศ 32.6 ล้านคน รายได้ 1.08 แสนล้านบาท