ขณะที่พัฒนาการที่สำคัญของธุรกิจอาหาร กลุ่มดุสิตธานีโดยบริษัท ดุสิตฟู้ดส์ จำกัด ได้เข้าลงทุนในสัดส่วน 55% ในบริษัทบองชู เบเกอรี่ เอเชีย จำกัด เพื่อเข้าซื้อโรงงานผลิตเบเกอรี่ และแฟรนไชส์ขนมอบ “บองชู” ทั้งในประเทศไทยและประเทศจีน หลังจากมองเห็นโอกาสและศักยภาพการเติบโตของธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้คนสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้มากขึ้น หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งการลงทุนในธุรกิจอาหารของกลุ่มดุสิตธานี ยังคงมุ่งมั่นกับการมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่จะเติมเต็ม ต่อยอด สร้างผลตอบแทนและสร้างโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
“ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เราคาดว่า จะเห็นภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจนและดีขึ้นของธุรกิจหลัก จากการคลายล็อคดาวน์และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มตัว ทั้งในส่วนของโรงแรม โรงเรียน และร้านอาหาร โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจอาหาร ที่เราจะเน้นสร้างโอกาสในการเติบโตให้มากขึ้นตามแผนกลยุทธ์หลักของบริษัทฯ ในเรื่องของการกระจายการลงทุน ที่จะสร้างการเติบโตและสมดุล ทั้งในส่วนของรายได้และอัตรา EBITDA เพื่อให้บริษัทฯ มีรายได้ที่สม่ำเสมอขึ้น (Recurring Income) ลดผลกระทบจากความผันผวนในธุรกิจโรงแรม โดยจะเน้นการขยายตัวจากการขายแบบ B2B มากขึ้น” นางศุภจีกล่าว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี กล่าวด้วยว่า บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนครั้งที่ 1/2565 จำนวน 1,500 ล้านบาท ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) ที่จองซื้อเต็มจำนวน ซึ่งนอกจากจะสะท้อนถึงความมั่นใจของผู้ลงทุนถึงแนวโน้มและโอกาสการเติบโตของกลุ่มดุสิตธานีแล้ว ความสำเร็จจากการระดมทุนดังกล่าวยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างเงินทุน (Capital Structure) ของบริษัท และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการทางการเงินมากขึ้น ซึ่งจะทำให้บริษัทมีความพร้อมในการเดินหน้าการเดินหน้าขยายธุรกิจเตรียมตัวต้อนรับนักท่องเที่ยวตามแผนงานที่วางไว้