ท่ามกลางปัญหา Supply Chain ชิป (Chip) ที่ยังคงมีอยู่ และการรุกของสหรัฐต่อจีนที่ต้องการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมชิปโลกแทนจีน ด้วยการ ออกกฎหมายให้การอุดหนุนอุตสาหกรรมชิปในประเทศเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 70 พันล้านดอลลาร์ จนทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก ออกมา คัดค้านอย่างเป็นทางการต่อการอุดหนุนดังกล่าว
ทางด้าน Samsung (Samsung Electronics) แห่งเกาหลีใต้ หนึ่งในยักษ์ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมชิปของโลกก็ใช้ยุทธศาสตร์ Pre-emptive (ชิงรุกก่อนคู่แข่ง) ที่ตนเองถนัด ด้วยการทุ่มเงิน 15 พันล้านดอลลาร์ (20 ล้านล้านวอน) สร้างศูนย์ R&D (Research & Development - วิจัยและพัฒนา) เซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) แห่งใหม่ เพื่อเป็นผู้นำในเทคโนโลยีชิปของโลกภายในปี 2028
Jay Y. Lee รองประธาน และเป็นผู้บริหารระดับสูง ของบริษัท Samsung Electronics ได้กล่าวในพิธีวางศิลาฤกษ์ ศูนย์ R&D ชิปแห่งใหม่ ที่ใช้เงินลงทุนสูงถึง 15 พันล้านดอลลาร์ ว่า “เราจำเป็นต้องสานต่อประเพณีการลงทุนแบบ Pre-emptive (ชิงคม, ชิงรุกก่อน, ชิงรุกโจมตี คู่แข่งก่อนที่คู่แข่งจะรุกโจมตีเรา), และให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง”
Samsung ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ (Memory Chip) รายใหญ่ที่สุดของโลก และผู้ผลิตชิปตามสัญญา (Chip contract) รายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจาก TSMC ของไต้หวัน) กล่าวว่า โรงงานแห่งใหม่ที่ Giheung ทางใต้ของกรุงโซล จะเป็นผู้นำในการวิจัยขั้นสูงเกี่ยวกับ เทคโนโลยีชิปยุคต่อไป และกระบวนการสำหรับชิปหน่วยความจำและระบบ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ตามแผนงานระยะยาว
บริษัทกล่าวในแถลงการณ์ว่า “Samsung Electronics พยายามที่จะเอาชนะข้อจำกัดของการปรับขนาดเซมิคอนดักเตอร์ (คือ ปรับขนาดชิป ให้เล็กลงมากขึ้น)”
ทั้งนี้ปัจจุบัน เทคโนโลยีการผลิตชิปของ Samsung และคู่แข่งสำคัญอย่าง TSMC กำลังเริ่มผลิตชิปขนาด 3 นาโนเมตร ออกสู่ตลาด ดังนั้นที่ Samsung กล่าวว่า การวิจัยและพัฒนาของศูนย์ R&D แห่งใหม่นี้ พยายามจะเอาชนะข้อจำกัดของการปรับขนาดของชิป จึงเป็นไปได้ว่า Samsung กำลังมุ่งเป็นผู้นำเทคโนโลยีของโลกในการสร้างชิปที่เล็กกว่า 3 นาโนเมตร ซึ่งอาจจะเป็นขนาด 1 นาโนเมตร หรือเล็กกว่านั้น ก็เป็นได้
Cr : REUTERS
Source